เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 12 สิงหาคม 2026 at 19:48.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,853
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,209
    ค่าพลัง:
    +26,986
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,853
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,209
    ค่าพลัง:
    +26,986
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับวันแม่แห่งชาติ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่า พอสิ้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว วันแม่แห่งชาติจะมีการเปลี่ยนแปลง ขอยืนยันว่าวันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องเพราะว่ารัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนมานานแล้ว

    โดยเฉพาะในส่วนของวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตอนแรกก็มีบุคคลเสนอว่า ควรจะเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องเพราะว่า "สมเด็จย่า" มีลูกชาย ๒ พระองค์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินทั้งคู่ แต่ด้วยความที่ว่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้น ทรงบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาเป็นอเนกอนันต์

    โดยเฉพาะในส่วนของศิลปาชีพ ที่ไปฟื้นฟูสิ่งที่โดนหลงลืมแล้วของชาวบ้านต่าง ๆ กลับมา กลายเป็นผลงานที่ยอมรับ และสามารถทำเงินได้ ช่วยให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดีได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น จึงทำให้ทุกคนตัดสินใจว่า วันแม่แห่งชาติควรจะเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ดังนั้น..ขอยืนยันอีกครั้งว่า วันพ่อแห่งชาติและวันแม่แห่งชาติจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปอีก ยกเว้นว่าจะมีรัฐบาลสิ้นสติ สมองกลวง นึกอยากจะทำอะไรขึ้นมา แล้วไปประกาศยกเลิก ถึงตอนนั้นก็คาดว่าตีนคงจะมารอบทิศทาง..!

    เรื่องนั้นจะไม่พูดถึง เนื่องเพราะว่าบุคคลที่มีสมองน้อย น่าตั้งแต่รัฐบาลก่อน ๆ กระมัง ? ที่บอกว่ามีเซลล์สมองแค่ ๘๔,๐๐๐ ที่เหลือก็ลดน้อยถอยลงมาเรื่อย จนถึงปัจจุบันนี้ก็สักแต่ว่า "ผีเจาะปากมาให้พูด" อะไรซึ่งควรจะแก้ที่ต้นเหตุก็ไม่แก้ แต่ไปแก้ที่ปลายเหตุ

    โดยเฉพาะในเรื่องของอาวุธปืนควรจะเปิดให้มีเสรี ก็คือประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะซื้อหาและครอบครองได้ แต่ต้องออกกฎหมายว่าถ้านำอาวุธปืนนั้นไปก่ออาชญากรรมต้องโทษประหารชีวิตอย่างเดียว ซึ่งจากประสบการณ์ของกระผม/อาตมภาพที่ใช้ปืนมาครึ่งชีวิต แทบจะไม่เห็นใครใช้ปืนที่มีทะเบียนไปก่ออาชญากรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้อาวุธสงครามบ้าง ปืนเถื่อนบ้าง

    และโดยเฉพาะถ้าประชาชนมีอาวุธอยู่ในมือ ศึกเสือเหนือใต้เข้ามา สิ่งแรกที่ชาวบ้านจะทำก็คือมีอาวุธในการป้องกันตนเอง พูดง่าย ๆ ว่าสามารถยับยั้งข้าศึกเอาไว้ ก่อนที่ทางราชการจะส่งกำลังเข้าไปแก้ไข เพียงแต่ว่าบ้านเราเมืองเรา เรื่องที่ควรทำก็ไม่ทำ เพราะกลัวว่าถ้าประชาชนมีความรู้หรือมีอาวุธแล้วจะไปปฏิวัติรัฐบาล ความคิดแบบนี้ฟังแล้วอยากจะบ้า..! แต่ด้วยความที่ว่าเป็นวันแม่แห่งชาติ เรื่องพวกนี้จึงต้องปล่อยเลย ๆ ไป เดี๋ยวก็มีคนด่าแทนเราเอง..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,853
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,209
    ค่าพลัง:
    +26,986
    เรื่องที่อยากพูดก็คือ ปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยากเป็นพ่อและเป็นแม่ เราจะสังเกตว่าแม้กระทั่งบ้านเราก็เริ่มเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว เพราะว่าเด็กใหม่เกิดน้อยมาก ไอ้ที่เห็นยังเกิดมากอยู่ก็น่าจะเป็นพี่น้องพม่า ที่เข้ามาคลอดในบ้านเราเพื่อเอาสัญชาติไทย เนื่องเพราะว่าพวกเราส่วนหนึ่งตระหนักได้ว่า ถ้ามีลูกแล้วไปเป็นภาระของสังคม หรือว่าไปเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับสังคม ก็ไม่มีเสียเลยดีกว่า แล้วก็ไม่ใช่แค่บ้านเราเท่านั้น แทบทุกประเทศในโลก มีความประพฤติไปในแนวเดียวกัน

    แม้กระทั่งประเทศจีนที่เคยมีประชากรมากที่สุดในโลก ปัจจุบันนี้ประชากรลดน้อยถอยลง กลายเป็นอินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลก ถึงขนาดต้องออกโครงการเพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านมีลูกเพิ่มขึ้น แต่ด้วยความที่เขาเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ที่มาเกิดนั้นแรก ๆ ก็เป็นเทวดาจ้อย นางฟ้าจิ๋ว สร้างความลำบากเหนื่อยยากให้กับพ่อแม่ แต่ก็พอทน แต่พอเริ่มเป็นวัยรุ่นขึ้นมากลายเป็นเด็กนรกกันหมด..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เลยไม่มีใครอยากที่จะมีลูกกัน ท้ายสุดกลายเป็นพระภิกษุของเราทันสมัย เพราะว่าไม่มีลูก ส่วนใครที่มีก็ตัวใครตัวมัน..!

    สถานการณ์โลกของเราก้าวเข้ามาอยู่ในจุดที่เหมือนอย่างกับว่า ในสมัยก่อนนั้นถ้าหากว่าประชากรเริ่มล้นโลก ก็จะมีโรคระบาดหรือว่าสงครามใหญ่ขึ้นมา ปรับจนกระทั่งประชากรอยู่ในระดับที่โลกเราพอรับได้ ก็คือมีทรัพยากรเพียงพอ แต่มาในปัจจุบันนี้ กลายเป็นว่าความต้องการของคนที่ไม่มีที่สิ้นสุด จึงแข่งขันกันแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำลายทรัพยากรธรรมชาติยังไม่พอ ยังก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

    จะว่าไปแล้ว ถ้าจากที่สังเกตมา สังคมครอบครัวของเราล่มสลาย ก็ตอนที่บรรดาเด็กรุ่นใหม่ต้องการจะสร้างครอบครัวที่มีอิสระของตนเอง โดยแยกออกจากครอบครัวใหญ่ ซึ่งเคยมีปู่ย่าตายายช่วยกันดูแลลูกหลาน ไปสร้างครอบครัวของตนเอง แล้วพ่อแม่ก็ทำงานทั้งคู่ ไม่มีเวลาให้ลูก แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ บรรดาพี่เลี้ยงเด็กส่วนใหญ่ก็เป็นคนต่างด้าว ดังนั้น ถ้าหากว่าเด็กพูดภาษาลาว หรือภาษาพม่าได้ก่อนภาษาไทยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,853
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,209
    ค่าพลัง:
    +26,986
    ในเมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลา จึงพยายามชดเชยให้ลูกด้วยการที่ลูกต้องการอะไรก็ทุ่มเทให้ จนกระทั่งมีอยู่ช่วงหนึ่ง เขาใช้คำว่าปัจจุบันนี้มนุษย์เป็น "สัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน"

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เด็ก ๆ จึงไม่มีใครสั่งสอน เนื่องเพราะว่าบูรพาจารย์ก็คือพ่อกับแม่นั้น ต้องรับภาระหนักที่สุดในการอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ กว่าจะไปถึงมือครู ถ้าเป็นสมัยกระผม/อาตมภาพก็ ๘ ขวบ มาสมัยนี้ ถ้าหากว่าเขามีอนุบาล อย่างน้อยก็ต้อง ๓ ขวบไปแล้ว กว่าจะไปถึงมือครู เด็ก ๆ ก็ถูกตามใจจน "เสียหมา" ไปนานแล้ว..!

    หลังจากถึงมือครูแล้ว ถ้าหากว่าเอาดีไม่ได้ ถึงเวลาก็ลากปืนไปไล่ยิงครู..! แล้วจะไปหวังให้พระของเราไปช่วย พวกเราต้องเข้าใจว่าปัจจุบันนี้เขาไม่นิยมการบวชเณร ในเมื่อจะเอาลูกมาบวชพระ ก็แปลว่าอย่างน้อยต้องอายุ ๒๐ ปีขึ้นไป กลายเป็น "ไม้แก่ดัดยาก"

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สังคมของเราจะไปฝากอะไรเอาไว้กับความหวังของครอบครัวก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้านับตั้งแต่รุ่นที่เริ่มแยกตนเองออกมาสร้างครอบครัวเดี่ยว รุ่นนั้นตอนนี้ก็อยู่ในระดับเกษียณอายุกันแล้ว ในเมื่อตัวเองไม่มีเวลาไปอบรมสั่งสอนลูก ซึ่งปัจจุบันนี้ลูกก็น่าจะอยู่ที่อายุประมาณ ๔๐ ปี ก็มีลูกของตัวเองอีกแล้ว แล้วจะไปหวังให้ลูกหลานได้ดีก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าขาดการอบรมมาอย่างน้อยก็ ๔ รุ่นต่อเนื่องกัน ก็คือจากรุ่นแรก ถือว่าเป็นรุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นถัดไปก็เป็นรุ่นพ่อแม่ ถัดไปเป็นรุ่นลูกที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่ จนเริ่มมีลูกหลานที่เติบโตเป็นวัยรุ่นอีกแล้ว..!

    ดังนั้น..ปัจจุบันนี้ถ้าจะแก้ไข วิธีที่เร็วที่สุดก็คือคืนไม้เรียวให้คุณครู แล้วก็ออกกฎหมายในเรื่องของครู ถ้าหากว่าตีเพราะลงโทษลูกศิษย์ไม่ถือเป็นการทารุณเด็ก ไม่เช่นนั้นแล้วคุณครูไม่ได้มีอำนาจอะไรอยู่ในมือ แถมยังห้ามเด็กสอบตกอีกต่างหาก นอกจากที่สถาบันครอบครัวจะพังทลายแล้ว การศึกษาของเด็กก็ยังพังไปด้วย ขนาดมีการสอบตก ไอ้พวกเกเรไม่แคร์โลกก็ยังทำตัวอยู่ในลักษณะขยะสังคม แล้วในเมื่อห้ามเด็กสอบตก จะไปหวังอะไรได้ ขนาดคนดี ๆ เห็นพวกเขาทำตัวแบบนั้นก็ยังอยากจะทำตาม เพราะอย่างไรก็ไม่สอบตกอยู่แล้ว..!

    จึงกลายเป็นว่าปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยากเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะไม่รู้ว่าลูกที่เกิดมาจะสร้างปัญหาให้กับสังคมหรือเป็นภาระของสังคมเท่าไร โลกเราก็จะก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุ ถ้าหากว่าไปถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ ก็อาจจะมีการล่มสลายตามวัฏจักรเพื่อรอโลกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งเรื่องพวกนี้ต่อให้เราอายุยืนกว่านี้ก็น่าจะมีโอกาสได้เห็นน้อยมาก จึงต้องปล่อยให้เป็นภาระของคนรุ่นต่อไปเข้าไปแก้ไขก็แล้วกัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...