ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,738
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【ปานามาเพิกถอนกรอบกฎหมายสัมปทานท่าเรือสองฝั่งคลองปานามาของบริษัทฮ่องกง ก่อนเผชิญแรงกดดันจากจีนผ่านมาตรการตรวจและกักเรือธงปานามา】


    หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หัวข้อ "Panama Infuriated China. Now It's Paying the Price" ระบุว่า ปานามากำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตจากจีน หลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิบริหารท่าเรือสองแห่งบริเวณคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


    คำวินิจฉัยของศาลฎีกาปานามา


    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลฎีกาปานามามีคำวินิจฉัยว่า กรอบกฎหมายที่รองรับสัมปทานของบริษัทปานามา พอร์ตส์ คอมพานี (Panama Ports Company) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิงส์ (CK Hutchison Holdings) จากฮ่องกง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียสิทธิบริหารท่าเรือบัลโบอาและท่าเรือคริสโตบัล ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของคลองปานามา


    คำวินิจฉัยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงท่าทีต้องการลดอิทธิพลของจีนบริเวณคลองปานามา


    ภายหลังคำวินิจฉัย รัฐบาลปานามาแต่งตั้งบริษัทในเครือของเอพีเอ็ม เทอร์มินัลส์ (APM Terminals) ในเครือแมersk (Maersk) และบริษัทเทอร์มินัล อินเวสต์เมนต์ ลิมิเต็ด (Terminal Investment Limited) ในเครือเมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิง คอมพานี (Mediterranean Shipping Company หรือ MSC) เข้าบริหารท่าเรือทั้งสองแห่งเป็นการชั่วคราวภายใต้สัญญาระยะเวลา 18 เดือน


    ท่าทีคัดค้านจากฝ่ายจีน


    จีนคัดค้านคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต กระทรวงคมนาคมของจีนเรียกผู้บริหารของแมersk และ MSC เข้าหารือระดับสูง ขณะที่บริษัทคอสโก (COSCO) ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือของรัฐบาลจีน ระงับบริการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือบัลโบอา และเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือบางส่วน


    ตัวเลขการตรวจและการสั่งกักเรือ


    ตั้งแต่ต้นปี 2569 เรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามาเกือบ 500 ลำ ถูกเจ้าหน้าที่จีนสั่งกักชั่วคราวภายใต้มาตรการควบคุมเรือโดยรัฐเจ้าของท่า (Port State Control) และการตรวจสอบด้านความปลอดภัย โดยเรือเหล่านี้ไม่ได้ถูกริบกรรมสิทธิ์ แต่ถูกกักไว้ในท่าเรือเพื่อเข้ารับการตรวจสอบตามมาตรการดังกล่าว


    จำนวนเรือที่ถูกสั่งกักเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติหลังเกิดข้อพิพาท เดือนมกราคม 2569 มีประมาณ 23 ลำ ก่อนเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 140–146 ลำในเดือนพฤษภาคม


    ข้อมูลจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการควบคุมเรือโดยรัฐเจ้าของท่าในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Memorandum of Understanding on Port State Control in the Asia-Pacific Region) แสดงว่า ในช่วงที่มาตรการเข้มข้นที่สุด เรือธงปานามาที่เข้ารับการตรวจในท่าเรือจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 1 ใน 3 ถูกสั่งกัก ซึ่งสูงกว่าระดับปกติอย่างชัดเจน


    ข้อประเมินจากฝ่ายสหรัฐฯ และคำชี้แจงของจีน


    คณะกรรมาธิการการเดินเรือแห่งสหรัฐฯ (Federal Maritime Commission หรือ FMC) เห็นว่า การตรวจและการสั่งกักเรือที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นมาตรการตอบโต้ทางการเมืองเพื่อกดดันปานามา ภายหลังการถ่ายโอนการบริหารท่าเรือออกจากซีเค ฮัทชิสัน


    ด้านจีนยืนยันว่าการตรวจเรือดำเนินการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าจงใจเลือกปฏิบัติต่อเรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงปานามา


    ผลกระทบต่อธุรกิจทะเบียนเรือ


    มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจจดทะเบียนเรือของปานามา ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเบียนเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเจ้าของเรือบางรายเริ่มเปลี่ยนไปจดทะเบียนกับประเทศอื่น เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบและถูกสั่งกักเรือในท่าเรือของจีน


    ข้อพิพาทในชั้นอนุญาโตตุลาการ


    ซีเค ฮัทชิสัน ปฏิเสธคำวินิจฉัยของศาลปานามา และยื่นข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องค่าเสียหายมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท พร้อมกล่าวหาว่าการยกเลิกสัมปทานเป็นการยึดทรัพย์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย


    สัญญาณผ่อนคลายในเดือนกรกฎาคม


    สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายในเดือนกรกฎาคม 2569 หลังปานามาและจีนต่ออายุข้อตกลงทางทะเลระหว่างกัน ซึ่งให้สิทธิพิเศษด้านค่าธรรมเนียมและลดขั้นตอนทางปกครองแก่เรือธงปานามาที่เข้าเทียบท่าในจีน


    ระหว่างวันที่ 1–23 กรกฎาคม 2569 มีเรือธงปานามาถูกสั่งกักประมาณ 16–17 ลำ ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ขณะที่สัดส่วนเรือที่ถูกสั่งกักภายหลังการตรวจลดลงเหลือประมาณร้อยละ 9–10


    บทสรุป


    ข้อพิพาทนี้สะท้อนสถานการณ์ที่ปานามาต้องรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยและรายได้จากธุรกิจเดินเรือของประเทศ แม้จำนวนเรือธงปานามาที่ถูกสั่งกักในท่าเรือจีนจะลดลงแล้ว แต่คดีอนุญาโตตุลาการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอนาคตของท่าเรือทั้งสองแห่งบริเวณคลองปานามา ยังไม่มีข้อยุติ


    แหล่งข่าว: The Wall Street Journal, Reuters และคณะกรรมาธิการการเดินเรือแห่งสหรัฐฯ (Federal Maritime Commission)

    https://www.facebook.com/share/18FZDmfYk3/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,738
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บทความจากญี่ปุ่น : เมืองสีหนุวิลล์กำลังล่มสลายอย่างแท้จริง

    เมืองสีหนุวิลล์ ในจังหวัดพระสีหนุ หรือท่าเรือชายฝั่งตะวันตกของกัมพูชา มีคาสิโนกว่าครึ่งถูกปิดตัวลง เนื่องจากการปราบปรามการฉ้อโกงทางไซเบอร์อย่างเข้มงวด (จากภาพ) ประชาชนหลายร้อยคนว่างงาน กำลังเข้าแถวหางานท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนัก

    จากรายงานของสื่อกัมพูชา นับตั้งแต่มีการปราบปรามการฉ้อโกงทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในเมืองสีหนุวิลล์เมื่อต้นปี 2026 จำนวนคาสิโนในเมืองสีหนุวิลล์ที่เคยได้รับอนุญาตให้เปิดทำการ ลดลงจากประมาณ 100 แห่งเหลือเพียงประมาณ 40 แห่ง ส่งผลให้พนักงานท้องถิ่นในเมืองสีหนุวิลล์จำนวนมากตกงาน และกำลังประสบกับความยากลำบากอย่างมาก

    เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา "คาสิโน อาโตลี" ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองสีหนุวิลล์ ประกาศรับสมัครพนักงานประมาณ 150 คน ประชาชนที่ว่างงานหลายร้อยคนต่างพากันไปเข้าแถวท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักเพื่อสมัครงาน พวกเขาดูน่าสงสารมาก ผู้คนเขมรกำลังวิ่งเข้าหางาน หลายคนเปิดเผยกับนักข่าวว่า พวกเขากำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร และแรงกดดันในการชำระหนี้รวมดอกเบี้ย เนื่องจากพวกเขาขาดแคลนงานทำในพื้นที่บ้านเกิด และบางคนถึงกับเคยถูกหลอกลวงโดยผู้ที่เสนอตำแหน่งงานปลอมและเรียกเก็บเงินล่วงหน้า การหางานออนไลน์ในกัมพูชาจึงไม่ง่ายไม่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เพราะเราไม่รู้ว่าอันไหนงานจริงหรืองานปลอม ทำให้เมื่อที่ใดประกาศรับสมัครงานพวกเขาจึงต้องมาสมัครงาน ณ สถานที่แห่งนั้น เราจึงได้เห็นภาพความโกลาหลและสับสนวุ่นวาย

    กระทรวงแรงงานของกัมพูชาระบุว่า ยังคงมีตำแหน่งงานว่างในภาคการผลิต แต่คนว่างงานจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ในภาคบริการมากกว่า เนื่องจากความเหลื่อมล้ำของค่าจ้าง งานสายการผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมในกัมพูชานั้นรายได้ไม่ดีมากนักและต้องทำงานหนัก (หนักมากกว่าที่ไทย) และมันเลือกไม่ได้ พวกเขาจึงอยากทำงานภาคบริการและการท่องเที่ยวมากกว่า และบางคนต้องรับผิดชอบสมาชิกในครอบครัวหลายคน นอกเหนือจากนี้พวกเขาต้องทำการเกษตรและประมง หากพวกเขามีพื้นที่ประกอบอาชีพ

    #เมืองสีหนุวิลล์ #กัมพูชา #Sihanoukville #เขมร #เศรษฐกิจ
    https://www.facebook.com/share/1C49MvqQS1/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,738
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรระดมเฮลิคอปเตอร์ฝึกจู่โจมครั้งใหญ่-เสริมทหารแน่นทมอดา | ข่าวเย็นอมรินทร์

    #ข่าวเย็นอมรินทร์ #AmarinTV

    https://www.facebook.com/share/v/1MPQFd2hRJ/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,738
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤติโรงงานปิดตัว สะท้อน ‘ท่าเดิม’ ใช้ไม่ได้ | บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
    .
    สัญญาณอันตรายเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้น เมื่อตัวเลขการปิดโรงงานในไตรมาสแรกของปี 2569 มีสูงถึง 163 แห่ง แซงหน้ายอดเปิดโรงงานใหม่ที่มีเพียง 148 แห่ง แม้แต่ “ซีอีโอ” ของ แบงก์กสิกรไทย “ขัตติยา อินทรวิชัย” ยังเอ่ยปากแสดงความเป็นห่วงถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่ดูรุนแรงมากขึ้น พร้อมเตือนว่าหากภาคธุรกิจยังใช้ “ท่าเดิม” ในการทำธุรกิจท่ามกลางความผันผวนโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอาจเดินไปสู่ “ภาวะล้มละลาย” ได้
    .
    คำถามคือวิกฤติรอบนี้เกิดจากอะไร “วีรชัย มั่นสินธร” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) มองว่ามาจากแรงกดดันหลัก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากสินค้านำเข้าโดยเฉพาะจากจีน รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ล้าหลัง ...แต่ที่น่าห่วงสุด คือ กลุ่มเอสเอ็มอี มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเข้าถึงแหล่งทุนยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธนาคารมองว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีเหล่านี้ลดลง ซึ่งก็สะท้อนผ่านสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบที่ติดลบต่อกันถึง 15 ไตรมาส
    .
    ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ยอดเลิกจ้างในระบบประกันสังคมปี 2568 พุ่งสูงถึง 5.3 แสนคน เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ...คำถามคือ การลงทุนใหม่ที่เราคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซนเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรือแม้แต่ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) จะเพิ่มการจ้างงานใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน คำตอบจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชัดเจนว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้คนน้อยจึงไม่สามารถชดเชยการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเดิมได้ทั้งหมด ในมุมของแรงงานเองจึงต้องคิดใหม่รีสกิลตัวเองด้วยเช่นกัน
    .
    เรามองว่าโจทย์ของเศรษฐกิจไทยเวลานี้ คือ การหาน่านน้ำใหม่ ภาคธุรกิจต้องผ่าตัดโมเดลธุรกิจเดิม เราเห็นด้วยกับมุมมองของ “ขัตติยา” เพราะเราไม่สามารถเดินด้วยท่าเดิมได้อีกต่อไป และเราก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของ “วีรชัย” ที่มองว่า ไทยต้องเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิตแบบ OEM ที่เน้นแข่งด้วยปริมาณและราคาไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม มุ่งเจาะตลาดเฉพาะที่เน้นนวัตกรรมและมาตรฐานสูง ที่สำคัญภาครัฐจำเป็นต้องเข้าดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง ปรับโมเดลการทำธุรกิจผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของโลก เติมสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่พอจะมีศักยภาพ ไม่ใช่แค่ประคองหนี้ไปวันๆ ขณะที่แรงงานเองก็ต้องปรับทักษะใหม่
    .
    วิกฤติโรงงานปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าโลกธุรกิจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การอยู่รอดจึงไม่ใช่แค่การประคองตัวรอวันเศรษฐกิจฟื้น แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง หากภาคการผลิตและแรงงานไทยยังไม่เร่งปรับตัวเข้ากับเมกะเทรนด์ของโลก ตัวเลขการปิดโรงงานคงไม่ได้มีเพียงแค่นี้แน่นอน!
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

    https://www.facebook.com/1000646678...np2VDaC3gRcRxKgb1iQg3KePGtrl/?mibextid=NOb6eG
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,738
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ผู้อพยพโมร็อกโก' กลับบ้านแล้ว 69,500 คน ค้างในเซวตาอีก 5,000 ยอดเสียชีวิตทะลุ 80 ราย
    .
    ผู้อพยพชาวโมร็อกโกและชาติอื่นๆ จากแอฟริกา เดินทางออกจากเซวตาแล้ว 69,500 คนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา แต่ยังเหลือค้างอีก 3,000 - 5,000 คน ขณะที่ยอดเสียชีวิตทะลุ 80 ราย จากทั้งสองฝั่งชายแดน
    .
    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้อพยพโมร็อกโก หลายพันคนตั้งแคมป์ตามชายหาดในเซวตา ดินแดนแยกส่วนของสเปนในแอฟริกาในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประสบกับความยากลำบากในการรับมือกับผู้อพยพหลายพันคนที่ยังคงอยู่ต่อในแดนดินเล็กๆ แห่งนี้ หลังจากมีการอพยพครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน
    .
    สเปนคาดว่า ผู้อพยพยราว 69,500 คน ได้เดินทางกลับโมร็อกโกแล้วในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ซึ่งเกินกว่ายอดอพยพเบื้องต้นที่คาดการณ์ไว้ราวๆ 50,000 คนในเซวตาในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.)
    .
    ข้อมูลทางการระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งสเปน 72 ราย และในฝั่งโมร็อกโก 11 ราย
    .
    ผู้อพยพหลายคนบอกว่า พวกเขาเดินทางกลับเพราะร้านค้าต่างๆ ปิด ไม่มีอาหาร และถูกคนท้องถิ่นต่อต้าน ทั้งยังไม่สามารถเดินทางไปสเปนแผ่นดินใหญ่ได้
    .
    ด้านฮวน เฆซุส วีวาส ผู้นำของเมืองเซวตา กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เทเลซินโก ว่ามีผู้อพยพเหลืออยู่ในพื้นที่ประมาณ 3,000-5,000 คน และเสริมว่าศูนย์รับผู้อพยพสองแห่งของเมือง ทั้งสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับผู้เยาว์ “ล่มสลาย” แล้ว
    .
    วิดีโอรอยเตอร์เผยให้เห็นผู้อพยพจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศแอฟริกาใต้ซาฮารา นอนพักบนชายหาดเอลแทรมโพลิน หลายคนห่อตัวด้วยผ้าขนหนูป้องกันลม ขณะที่รถทหารและตำรวจและตำรวจลาดตระเวนอยู่ด้านหลังพวกเขา
    .
    ทั้งนี้ เซวตาและเมลียา ดินแดนในแอฟริกาเหนือของสเปน ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของโมร็อกโก และเผชิญกับการพยายามข้ามแดนเป็นระยะๆ ของผู้อพยพที่ต้องการไปยังยุโรป
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1245990
    .
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจGeopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/19Py5BxMYH/
     

แชร์หน้านี้

Loading...