เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 มิถุนายน 2026 at 17:18.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,568
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,161
    ค่าพลัง:
    +26,951
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,568
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,161
    ค่าพลัง:
    +26,951
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพออกจากวัดตั้งแต่ตี ๓ ครึ่ง เพื่อที่จะไปให้ทันงานที่วัดอุทยาน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ตามเวลา ๗ โมงครึ่งที่ได้รับนิมนต์เอาไว้

    ปรากฎว่าสามารถไปถึงทันเวลา และยังเหลือเวลาอยู่อีกมาก แต่ว่าพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร. รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เจ้าคณะตำบลบางขนุน เจ้าอาวาสวัดอุทยาน ท่านเมตตาว่าเมื่อคืนครูบาอาจารย์ก็เลิกงานดึก วันนี้ก็ต้องเร่งเดินทางแต่มืดแต่ดึก จึงได้เลื่อนงานบวงสรวงวันเกิดของตนเองออกไปเป็นเวลา ๘ โมงครึ่ง กระผม/อาตมภาพจึงมีเวลาพักอยู่ประมาณ ๑ ชั่วโมง

    หลังจากนั้นก็ได้ไปบวงสรวงบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายของวัดอุทยาน โดยเฉพาะอดีตเจ้าอาวาสทั้งหมด และขออนุญาตปลุกเสกวัตถุมงคลสำหรับแจกในวันเกิดของ รศ.ดร.พระครูโรจน์ท่านด้วย แล้วท่านก็รวบงานลงมาด้วยการให้พิจารณาผ้าไตรบังสุกุลหน้ารูปหล่ออดีตบูรพาจารย์วัดอุทยานไปเลย กระผม/อาตมภาพจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ๒ รอบ ๓ รอบในการออกมาหน้างานอีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อวานนี้หลังจากที่ได้ให้ไอ้ตัวเล็ก (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) ลงบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนทางช่องยูทูบไปแล้ว มีผู้รับฟังหลายท่านที่ติดต่อเข้ามา เรียกร้องอยู่ประมาณว่า มีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องการให้หลวงพ่อช่วย

    ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าในการที่กระผม/อาตมภาพปิดบ้านเติมบุญไป หลังจากที่ได้ทำการเปิดบ้านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๓ ก็ได้มาเปิดบ้านวิริยบารมีแทน แล้ว พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็ทำการเปิดบ้านเติมบุญ พอมา พ.ศ. ๒๕๖๓ ก็ปิดบ้านเติมบุญไป ไม่ทำการรับสังฆทานอีกเลย ทั้ง ๆ ที่รายได้หลักของวัดท่าขนุนในช่วงนั้นก็คือ รายได้จากการที่ญาติโยมทั้งหลายมาร่วมกันถวายสังฆทานนั่นเอง

    เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ารู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง เกี่ยวกับบุคคลต่าง ๆ ที่มาหา มาสอบถามปัญหาต่าง ๆ ซึ่งถ้าทุกท่านจะต้องนั่งฟังคนเป็นร้อย ๆ คนในแต่ละวัน มาบอก มากล่าว มาถาม แต่เรื่องที่เป็นส่วนตัว หรือว่าเรื่องโลก ๆ ไม่ทราบว่าจะเบื่อหน่ายยิ่งกว่ากระผม/อาตมภาพหรือเปล่า ?! เพราะว่าแต่ละท่านแต่ละคนนั้น เรื่องราวที่มาปรึกษาหารือ หรือว่าขอคำตอบ ก็มักจะอยู่ในลักษณะของการจับพระเป็นตัวประกัน..!

    ก็คือถ้ากระผม/อาตมภาพบอกว่าทำอย่างนั้นได้ ทำอย่างนี้ได้ ท่านก็จะไปบอกคนอื่นว่า หลวงพ่อเห็นด้วยว่าทำได้ แต่ถึงกระผม/อาตมภาพบอกว่าอย่าทำอย่างนั้น อย่าทำอย่างนี้ ท่านทั้งหลายก็ลงมือทำอยู่ดี เนื่องเพราะว่าวางแผนทุกอย่างเอาไว้ และคิดว่ารอบคอบรัดกุมดีแล้ว
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,568
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,161
    ค่าพลัง:
    +26,951
    ดังที่เคยได้บอกกล่าวไปหลายครั้งแล้วว่า บางทีการรู้เห็นในเรื่องต่าง ๆ นั้น ก็เกินกว่าที่ญาติโยมทั้งหลายจะเข้าใจและเข้าถึง ดังที่ลูกศิษย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ซึ่งมาถามปัญหาติดขัดในชีวิต แล้วกระผม/อาตมภาพบอกว่า อีก ๘ ปีถึงจะคลี่คลาย ท่านก็ไม่สามารถที่จะรับได้ แล้วก็ไปดิ้นรนในวิธีการต่าง ๆ เป็นเวลาที่ยาวนาน

    จนกระทั่ง ๘ ปีผ่านพ้นไป เรื่องทั้งหลายเหล่านั้นคลี่คลายลง ท่านจึงมากราบขอขมา บอกว่าตอนนั้นโยมไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด เนื่องเพราะว่าถ้าขายที่ดินได้ผืนเดียว โยมก็พลิกฟื้นได้แล้ว แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะขายได้ นี่ยังดีที่โยมไม่คิดว่ากระผม/อาตมภาพทำให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นเป็นเช่นนั้น..!

    เนื่องเพราะว่ามีโยมท่านหนึ่งบอกว่า อยากให้ภรรยาคลอดตามแบบธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะคลอดประมาณวันที่ ๒๘ ธันวาคม กระผม/อาตมภาพบอกว่าไม่ใช่ เด็กจะคลอดวันที่ ๒ มกราคม ท่านเหล่านั้นไม่ยอมเชื่อยังไม่พอ ยังพยายามลุ้นสุดใจให้ภรรยาของตนเองคลอดไม่ได้ แต่ว่าก็ไปคลอดในวันที่ ๒ มกราคมจริง ๆ แล้วมาต่อว่ากระผม/อาตมภาพว่า เหตุที่ภรรยาไม่สามารถที่จะคลอดวันที่ ๒๘ ธันวาคม แล้วไปคลอดในวันที่ ๒ มกราคมนั้น เป็นเพราะหลวงพ่อพูดเอาไว้แบบนั้น จึงเป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่ ?!

    ถ้าหากว่าทุกท่านเจอเรื่องแบบนี้บ่อย ๆ อย่างกระผม/อาตมภาพแล้ว ไม่ "เบื่อเป็นยารุ" หรือว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าก็ถือว่าสามารถรักษาใจได้สุดยอดมากแล้ว..!

    ส่วนอีกท่านหนึ่งเป็นคหบดีผู้ใหญ่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งของอำเภอทองผาภูมิ ตั้งใจจะสร้างเมืองใหม่ทองผาภูมิ เตรียมที่ เตรียมทาง เตรียมโครงการไว้อย่างดีแล้ว ท่านอุตส่าห์รอบคอบมาถามกระผม/อาตมภาพว่า ควรจะทำดีหรือไม่ ? ถ้าจะทำ ควรจะลงมือในฤกษ์ผานาทีอะไร ?

    กระผม/อาตมภาพบอกไปว่า ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด จะทำให้เป็นหนี้มากมายมหาศาล เกินกว่าที่จะใช้หมด แต่ท่านก็ไม่เชื่อ เนื่องเพราะว่าโครงการของท่านนั้น จะทำเป็นลักษณะของเมืองใหม่ ที่เป็นศูนย์กลางของอำเภอทองผาภูมิ มีทั้งขนส่ง มีทั้งศูนย์ราชการ มีทั้งร้านอาหาร มีทั้งร้านค้าพาณิชย์ ท้ายที่สุดเมื่อปรึกษาแล้ว ถึงไม่ได้อย่างใจตนเองท่านก็ไปทำโครงการ เนื่องเพราะเห็นช่องทางชัดเจน ต้องกู้เงินธนาคารไปถึง ๗๐๐ ล้านบาท..!

    แล้วท้ายที่สุด ปรากฏว่าเศรษฐกิจตกในปี ๒๕๔๐ เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในขณะที่ท่านสร้างเมืองใหม่เสร็จพอดี จากคนที่จองเอาไว้มากมายมหาศาล ทุกคนก็ทิ้งจองจนหมด ทุกวันนี้เมืองใหม่จึงกลายเป็นเมืองเก่ากระดำกระด่างอย่างที่เห็นกัน..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,568
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,161
    ค่าพลัง:
    +26,951
    ในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่กลายเป็นบุคคลระดับ VVIP ก็คือธนาคารต้องส่งแพทย์พยาบาลคอยตามประกบอยู่เสมอ เพื่อที่จะไม่ให้ท่านเจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าถึงแก่ชีวิตโดยฉับพลันทันที เนื่องเพราะว่าแบกหนี้ธนาคารไว้มากมายมหาศาล

    แต่ว่าท้ายที่สุดก็เป็นไปตามที่กระผม/อาตมภาพบอกกล่าว ก็คือไม่สามารถที่จะใช้หนี้ได้หมด เสียชีวิตลงไปก่อน เมืองใหม่กลายเป็นเมืองเก่า ไม่สามารถเป็นศูนย์กลางของอำเภอทองผาภูมิ ที่ยิ่งใหญ่งดงามตามที่ท่านฝันยังไม่พอ ธนาคารยังสูญเสียลูกค้าระดับเลิศไปอีก ๑ ราย..!

    เรื่องพวกนี้เมื่อเจอมากเข้า ๆ
    โดยเฉพาะบรรดาลูกศิษย์ที่บอกเท่าไร กล่าวเท่าไร แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรม เพื่อให้ตนเองได้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง กลับมัวแต่ชื่นชมว่าครูบาอาจารย์ของตนเก่งอย่างนั้น ครูบาอาจารย์ของตนเก่งอย่างนี้ แล้วก็เอาไปอวดในลักษณะเอากิเลสไปชนกับคนอื่น ถึงขนาดต้องทะเลาะเบาะแว้งด่าทอวางมวยกันมาแล้วก็มี..!

    เรื่องพวกนี้เมื่อสะสมมากเข้า ๆ กระผม/อาตมภาพก็เกิดความ "ขวนขวายน้อย" ไม่เห็นความจำเป็นในการที่จะสงเคราะห์ญาติโยมอีก จึงยกเลิกการรับสังฆทานที่บ้านเติมบุญแล้ว ยังไม่รับสังฆทานที่วัดท่าขนุนอีกต่างหาก เพราะเบื่อแต่ละท่านที่มา ล้วนแล้วแต่แบกเอากิเลสมามากมายมหาศาล

    หลายท่านก็ตั้งใจมาลองว่าครูบาอาจารย์มีการรู้เห็นจริง ๆ หรือเปล่า ? ถึงขนาดอธิษฐานเผื่อมาจากทางบ้าน เมื่อกระผม/อาตมภาพทราบก็เกิดความเบื่อหน่ายจนบอกไม่ถูก ระยะหลังจึงต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจกิเลสมนุษย์ไปเลย

    แม้แต่ความประพฤติของพระภิกษุสามเณรในวัด ก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรมของแต่ละคน ก็คือถ้าใครรักดี ตั้งหน้าปฏิบัติแล้วมาสอบมาถาม ก็ยินดีที่จะบอกจะกล่าวให้ หรือว่าท่านใดไม่ยอมเอาดีอะไรเลย นอกจากนอนกินไปวัน ๆ ถ้าลักษณะอย่างนั้นก็แล้วแต่ท่านเอง เพราะท่านเลือกทางไปของตนเองเป็นที่แน่นอนแล้ว..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,568
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,161
    ค่าพลัง:
    +26,951
    อีกจำพวกหนึ่งก็อยู่ในลักษณะถวายการรับใช้ครูบาอาจารย์ แต่ก็มีการงุบงิบเข้ากระเป๋าตนเอง แรก ๆ ก็ไม่มาก นานไป ๆ ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นกระผม/อาตมภาพไม่เอ่ยปาก ไม่บอกกล่าว ก็ยังไปพูดในลักษณะที่ว่า "หลวงพ่อท่านไม่ได้รู้เห็นจริงหรอก พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่อย่างนั้นแล้วท่านจะต้องตักเตือนเราแล้ว..!"

    โดยที่ไม่รู้ว่ากระผม/อาตมภาพรออยู่ว่าเมื่อไรท่านจะกลับตัวได้ จนกระทั่งท้ายสุด เห็นว่าจะลงลึกมากจนเกินไป จึงต้อง "ตัดหางปล่อยวัด" กันไปเลย..!

    ลูกศิษย์บางประเภทยิ่งไปกว่านั้นอีก ตัวเองไปดูดยาบ้า แล้วก็ตั้งใจเอาไว้ว่า "ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ดี หลวงพ่อจะต้องเตือนผมแล้ว"
    ถ้ากระผม/อาตมภาพอยู่ใกล้ ๆ จะตบให้คว่ำคามือ..! ประมาณว่าหน้าที่อะไรของกูที่จะต้องไปห้ามในสิ่งชั่ว ๆ ที่มึงทำด้วย ในเมื่อดีชั่วรู้หมดแล้วยังอดไม่ได้ อยากจะลงนรกทั้งในปัจจุบันและอนาคตก็เป็นเรื่องของมึง

    ในเมื่ออยู่ในลักษณะนี้ ญาติโยมทั้งหลายจึงไม่จำเป็นที่จะมากราบกรานขอร้อง หรือว่าตีโพยตีพาย อยู่ในลักษณะว่าทำไมหลวงพ่อไม่ยอมเป็นที่พี่งให้เหมือนดังแต่ก่อนอีก

    ขอบอกว่าตลอดระยะเวลาอันยาวนานจากปี ๒๕๓๖ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๖๒ กระผม/อาตมภาพต้องรับกิเลสของทุกท่านมายาวนานจนกระทั่งเบื่อหน่ายสุดขีดแล้ว จึงเป็นเรื่องอะไรที่ปัจจุบันนี้เก็บตัวเงียบ ๆ ดีกว่า ไม่อยากจะออกไปชนกับกิเลสของท่านทั้งหลายที่ไม่มีวันจบวันสิ้นเสียที

    ถ้าหากว่าใครรู้ตัวตั้งหน้าปฏิบัติ แล้วมาสอบมาถามก็ยังพอที่จะบอกจะกล่าวกันได้ แต่ถ้าจะมาให้บอกใบ้ให้หวย หรือเรื่องอื่น ๆ นั้น ขออภัยเถอะ..ถ้าหากไม่ใช่มาล้มชักตายทับตีนตัวเอง จนกระผม/อาตมภาพเดินหนีไปไหนไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าจะสนใจไปเหลือบแลเหมือนก่อนนี้อีก..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...