เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 12 พฤษภาคม 2026 at 21:27.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,332
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,114
    ค่าพลัง:
    +26,916
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,332
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,114
    ค่าพลัง:
    +26,916
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Novotel Christchurch Airport Hotel อยู่ที่ ๓ องศาเซลเซียส ถ้าหากว่าวันนี้มีอะไรผิดพลาด ขอได้โปรดให้อภัยด้วย เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนมีการประชุมคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ แม้ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์ตอน ๖ โมงเย็นของเมืองไทยก็ตาม แต่ว่าเป็นเวลา ๕ ทุ่มของนิวซีแลนด์..!

    ซึ่งเวลานั้นดึกมากสำหรับบุคคลที่มีโรคภัยอย่างกระผม/อาตมภาพ ต้องฝืนสังขารอยู่จนตี ๒ กว่า แล้วตี ๓ พวกเราก็นัดพบกันที่ล็อบบี้เพื่อเตรียมเดินทาง เท่ากับว่าขาดการพักผ่อนทั้งคืน รู้สึกว่าทำอะไรขาด ๆ เกิน ๆ ขนาดแต่งตัวหิ้วกระเป๋าลงมาข้างล่างแล้ว ยังหยิบเอาคีย์การ์ดเฉพาะที่เสียบเพื่อให้ระบบไฟทำงานลงมาเท่านั้น ต้องย้อนกลับขึ้นไปเอาคีย์การ์ดอีกใบหนึ่งมาคืนให้กับเขา

    เมื่อคืนห้องเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เข็นกระเป๋าไปยังสนามบินนานาชาติไครสต์เชิร์ช ซึ่งแค่เดินออกจากโรงแรมนิดเดียวเท่านั้น ก็ไปถึงสถานที่สำหรับเช็คตั๋วแล้ว แต่ด้วยเหตุที่ว่าพวกเรามากันแต่เช้า เมื่อไปถึงจึงต้องนั่งรออีกประมาณ ๓๐ นาที กว่าเจ้าหน้าที่สายการบิน AIR NEW ZEALAND จะมาทำการเช็คอินให้ แล้วพวกเรายังต้องไป "ดร็อป" กระเป๋ากันอีก

    เมื่อกระผม/อาตมภาพไปนั่งรออยู่ที่บริเวณปากทางขึ้นเครื่องแล้ว ว่าจะทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เนื้อหาก็ยังสั้นเกินไป จึงไปเข้าห้องน้ำเสียก่อน ด้วยเหตุที่ว่าห้องน้ำปกตินั้นเต็ม จึงต้องไปเข้าห้องน้ำของคนแก่และคนพิการ เห็นความอลังการงานสร้างของเขาแล้วอดใจไม่ไหว จึงล้างหน้าเช็ดตัวเสียเลย เพราะว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างให้พร้อมมูลมาก..!

    ครั้นออกมารออยู่ข้างนอกจนได้เวลา ทางเจ้าหน้าที่ก็เรียกขึ้นเครื่อง กระผม/อาตมภาพขึ้นไปแล้ว ก็ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลที่ทำมาด้วยดีแล้ว ให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายที่รักษาตลอดเส้นทางในการเดินทางวันนี้ จากนั้นก็เข้าสมาธิยาว ๆ อุทิศส่วนกุศลให้กับท่านทั้งหลายที่ดูแลรักษาเฉพาะตัวอีกด้วย

    เราใช้เวลาในการบินประมาณ ๓ ชั่วโมง ๔๕ นาที จากสนามบินนานาชาติไครสต์เชิร์ช ที่เกาะใต้นิวซีแลนด์ มาลงที่ด้านใต้ของทวีปออสเตรเลีย ก็คือสนามบินนานาชาติเมลเบิร์น แต่ว่าได้กำไรเวลามา ๒ ชั่วโมง เนื่องเพราะว่าอยู่คนละโซนเวลากัน จึงทำให้มาถึงเวลาประมาณ ๐๗.๔๕ น. ของออสเตรเลียเท่านั้น ซึ่งเท่ากับ ๐๙.๔๕ น. ของนิวซีแลนด์
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,332
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,114
    ค่าพลัง:
    +26,916
    แต่ว่าเจ้าหน้าที่ของทางสนามบินออสเตรเลียยังคงเข้มงวดไม่เข้าท่าเหมือนเดิม แม้ว่ากระผม/อาตมภาพจะผ่านเครื่องโดยไม่มีเสียงอะไรเลยก็ตาม เขาก็ยังมาค้นตัว แล้วก็เจอพระเครื่องสององค์ ก็คือ พระสมเด็จองค์ปฐมรุ่น ๒ ของวัดท่าซุง กับพระขี่ครุฑของหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ซึ่งติดตัวอยู่ เจ้าหน้าที่ค้นเสียจนรอบตัวชนิดแทบจะแก้ผ้าให้ค้นแล้ว ก็ยังเอาพระสององค์ไปสแกนอีกต่างหาก

    จากนั้นก็ยังมาสแกนมือ สแกนเท้า ไม่ทราบว่าเห็นกระผม/อาตมภาพเป็น "วูล์ฟเวอรีน" หรืออย่างไร ? คิดว่าอาจจะพกอาวุธมาตามง่ามนิ้วก็ได้..! จนกระทั่งเขาค้นจนพอใจแล้ว เพื่อที่จะให้พวกเรารู้สึกว่าประเทศนี้ไม่ควรที่จะมาอย่างเด็ดขาด เมื่อข้ามมาแล้ว ทุกคนก็บ่นเหมือนกันหมด กระผม/อาตมภาพนำเอากระบอกน้ำ ตลอดจนกระทั่งกระเป๋าเดินตามคณะเข้าไปใน "เลาจน์"

    ด้วยความที่วันนี้ ทาง "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) กำหนดเอาไว้ว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวกันด้านนอก พวกเราจึงไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในเลาจน์นี้ นอกจากผลัดกันไปอาบน้ำอาบท่า

    กระผม/อาตมภาพอาสาเฝ้ากระเป๋า เนื่องเพราะว่าต้องตรวจแก้บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเสียก่อน โดยมี "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) อยู่เป็นเพื่อน และ "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) แชร์ Hot Spot แล้วก็ทิ้งโทรศัพท์เอาไว้ เพื่อให้กระผม/อาตมภาพมีคลื่นอินเตอร์เน็ตใช้ เนื่องจากว่า eSIM ที่ซื้อมา โดยความอนุเคราะห์ของ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) นั้น ซื้อเฉพาะที่นิวซีแลนด์ จึงไม่สามารถใช้ที่ออสเตรเลียนี้ได้

    ครั้นตรวจแก้บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน และส่งภาพให้ไอ้ตัวเล็ก เพื่อส่งเข้าทางเว็บไซต์วัดท่าขนุนให้บุคคลที่คอยติดตามได้ชมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปเข้าห้องน้ำ จัดการลอกคราบตัวเองออกไปหนึ่งชั้น แล้วก็มานั่งภาวนา ขณะที่คนอื่นกำลังเดินไปหาอาหารอย่างโน้นอย่างนี้มาชิมนิดชิมหน่อย โดย "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) ย้ำนักย้ำหนาว่า อย่าเพิ่งกินอะไร เพราะว่าเราจะไปหาก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ ด้านนอกกินกัน

    แล้วก็ออกไปจัดการหาสถานที่ให้ "คุณหมอเก็บ" (แพทย์หญิงวัชรีพร ควรดำรงธรรม) และ "น้องข้าวหอม" (นักศึกษาแพทย์ณภัทร ควรดำรงธรรม) ได้อาบน้ำอาบท่าและหาอาหารกินด้วย เนื่องเพราะว่าบุคคลที่เข้ามาในเลาจน์ได้ ต้องเป็นสมาชิกบัตรทองของเขาเท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จะทิ้งให้คณะที่เข้ามาไม่ได้ ต้องไปยืนอยู่ข้างนอกก็ใช่ที่ แล้วก็ยังโชคดีที่ว่า ทางด้านสายการบินอื่นนั้น ยังมีสถานที่ให้เข้าได้สะดวกอยู่มาก

    ครั้นทุกคนกลับมาเรียบร้อย "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) ก็เข้ามารายงานว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งใจจะไปกินกันนั้นเป็นก๋วยเตี๋ยวแขก หน้าตาประมาณข้าวซอยภาคเหนือของเรา และหนักเครื่องเทศอีกด้วย จึงทำให้ทุกคนทำหน้าเซ็งไปตาม ๆ กัน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจว่า "กินกันในเลาจน์นี้ก็แล้วกัน"

    จากนั้น "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ก็ชวน "เถ้าแก่ตี๋" ไปตักอาหารให้กระผม/อาตมภาพ โดยมีออมเล็ตหรือไข่คน แล้วก็ซุปฟักทองเป็นหลัก พร้อมกับแฮมเบอร์เกอร์อีกสองชนิด กระผม/อาตมภาพฉันไม่หมด ต้องคืนส่วนที่เหลือให้กับ "เถ้าแก่ตี๋" ไป แล้วก็ภาวนาส่งใจอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลายที่ดูแลตลอดเส้นทาง จากสนามบินนานาชาติเมลเบิร์นไปถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,332
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,114
    ค่าพลัง:
    +26,916
    จนกระทั่งใกล้เวลาแล้ว พวกเราก็ชวนกันไปยังทางออกขึ้นเครื่อง "เถ้าแก่จิ๊บ" ที่มาติดต่อล่วงหน้าบอกว่า "ตั๋วของพวกเรามีปัญหา..!" จึงให้พวกเราไปเปลี่ยนตั๋วก่อน ที่แท้ตั๋วที่เราถือมาของ AIR NEW ZEALAND นั้น ระบุที่นั่งอะไรไว้ก็จริง แต่เครื่องที่เราจะนั่งไปก็คือการบินไทย เจ้าหน้าที่ฝรั่งซึ่งเป็นคุณป้าแล้ว แต่ว่าใจดีและอารมณ์ดีมาก ๆ จัดการเปลี่ยนตั๋วให้พวกเราและฉีกของเก่าโยนทิ้งไปเลย..!

    กระผม/อาตมภาพได้ตั๋วใหม่ จัดการสแกนใส่เครื่องโทรศัพท์ก่อน แล้วไปยืนรอเพื่อที่จะขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ฝรั่งชายบอกว่า "ท่านเป็นพระ เดี๋ยวจะนิมนต์ขึ้นเครื่องก่อนใครเพื่อน"

    แต่พอเดินเข้าไปถึง เจ้าหน้าที่หญิงฝรั่งของการบินไทย ซึ่งเป็น "กราวด์" ทางด้านนี้ เห็นตั๋วของกระผม/อาตมภาพเป็นหมายเลข 37D รีบบอกว่า "พระไม่ควรนั่งข้างทางเดิน..!" เพราะว่าจะต้องมีผู้หญิงเฉียดไปเฉียดมาอยู่ตลอด คว้าตั๋วของกระผม/อาตมภาพไป จัดการเปลี่ยนใหม่ให้เป็นหมายเลข 39A แทน..!

    กระผม/อาตมภาพตอนที่ยืนรออยู่ วางกระบอกน้ำเอาไว้บนเคาน์เตอร์ พอคุณเธอเอาบัตรใหม่มาให้ รับบัตรได้ก็หิ้วกระเป๋าเดินดุ่ย ๆ ขึ้นเครื่องไปเลย ลืมกระบอกน้ำใบใหม่เอี่ยมที่ "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ซื้อถวาย เอาไว้อยู่ที่เคาน์เตอร์นั้นอย่างชนิดที่ลืมขาดไปเลย เนื่องเพราะว่าง่วงมาก ก็เลยค่อนข้างที่จะขาด ๆ เกิน ๆ แบบนี้..!

    ขึ้นเครื่องมาได้แล้ว "คุณนายโย" ก็บอกว่า "แลกที่นั่งกับหนูดีกว่าค่ะ" เนื่องเพราะว่าของตนเองคือ 31A ซึ่งเป็นที่นั่งด้านหน้าสุด สามารถเหยียดขาได้เต็มที่ แต่ว่าพอนั่งลงไปจนกระทั่งเครื่องขึ้นแล้ว "คุณนายปุ๊ก" ซึ่งไปติดต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน ถามว่ามีเก้าอี้ว่างทั้งแถวหรือไม่ ? แล้วก็อาศัยสิทธิ์สมาชิกบัตรทอง ให้พวกเราที่พอจะหาที่นั่งได้ไปนั่งบริเวณนั้น เพื่อที่ถึงเวลาเครื่องตั้งลำแล้ว ก็จะได้นอนยาว ๆ ไปเลย..!

    กระผม/อาตมภาพนอนภาวนาไป ๓ - ๔ ชุด เหลือเวลาอีกประมาณ ๑ ชั่วโมงก็จะถึงกรุงเทพฯ จึงขอเข้าห้องน้ำเพื่อบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน ถ้ามีเสียงห้องน้ำ "ฟลัช" เป็นระยะ ๆ ก็ต้องขออภัยทุกคนที่มีเสียงรบกวนด้วย ระยะเวลาบินจากสนามบินนานาชาติเมลเบิร์นไปถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อยู่ที่ ๑๐ ชั่วโมง ๔๕ นาที ถ้าไม่ได้นอนมาก่อนคงหมดสภาพแน่ ๆ..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...