ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Pentagon ภายใต้มาตรการที่มุ่งตอบโต้ “ภัยคุกคามนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้น” ตามที่พวกเขาเรียก ยังคงส่งเรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธยุทธศาสตร์ของกองเรือ Atlantic ไปยังพื้นที่ลาดตระเวนแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อสองชั่วโมงก่อนเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำหนึ่งของกองเรือดำน้ำที่ 20 ของกองทัพเรือสหรัฐ ได้เดินทางเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือ Gibraltar เพื่อปฏิบัติภารกิจ /ตามภาพ/

    ไม่เกินเวลา 14:00 น. ตามเวลามอสโก เรือได้โผล่ขึ้นผิวน้ำในทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเล Alboran ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอังกฤษ

    ตามความเป็นไปได้สูง เรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธพิสัยไกล “Alaska” (USS Alaska) ซึ่งตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมได้ปฏิบัติภารกิจยับยั้งนิวเคลียร์ในมหาสมุทร Atlantic ได้ทำการเคลื่อนตัวเข้าสู่ส่วนตะวันตกของทะเล Mediterranean เพื่อฝึกในโหมด “สมมุติ” ของสิ่งที่เรียกว่า “การโจมตีปลดอาวุธด้วยขีปนาวุธนิวเคลียร์” ต่อวัตถุด้านการยับยั้งนิวเคลียร์ในดินแดนของ Russia

    ในปี 2021 ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม “Alaska” เคยแสดงการปรากฏตัวในทะเล Mediterranean และเข้าเทียบท่าที่ Gibraltar มาแล้ว

    10/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/18tLWPTsgk/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตามรายงานในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ไม่นานก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน อิสราเอลได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯและสร้างฐานทัพลับในทะเลทรายทางตะวันตกของอิรัก เพื่อเป็นที่ตั้งของหน่วยรบพิเศษและทีมค้นหาและกู้ภัยที่สนับสนุนการโจมตีทางอากาศของกองทัพอากาศอิสราเอลต่ออิหร่าน

    ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ในต้นเดือนมีนาคมคนเลี้ยงแกะชาวอิรักคนหนึ่งได้รายงานกิจกรรมเฮลิคอปเตอร์ที่ผิดปกติแก่ทางการของประเทศ ทำให้รัฐบาลอิรักส่งทหารอิรักกลุ่มเล็กๆไปตรวจสอบ ในการตอบโต้ อิสราเอลพยายามป้องกันไม่ให้ที่ตั้งฐานทัพถูกเปิดเผย จึงได้ทำการโจมตีทางอากาศ ทำให้ทหารอิรักเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย

    หลังจากเหตุการณ์นี้ อิรักได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหประชาชาติกล่าวหาว่าสหรัฐฯ เป็นผู้กระทำผิด ซึ่งวอชิงตันตอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

    อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานทัพแห่งนี้ไม่เคยถูกค้นพบ

    อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของฐานทัพแห่งนี้ ซึ่งมีรันเวย์ยาวประมาณ 1.6 กิโลเมตร สร้างขึ้นบนพื้นทะเลสาบแห้ง ห่างจากเมืองนาจาฟและคาร์บาลาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 180 กิโลเมตร ในทะเลทรายทางตะวันตกของอิรัก

    โดยอ้อมแล้ว จดหมายจากเดือนมีนาคมของโทเมอร์ บาร์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศอิสราเอลที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ชี้ให้เห็นถึงปฏิบัติการที่ใช้ฐานทัพแห่งนี้

    10/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1G817zVQVA/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ประเด็นอิหร่าน” คือหัวข้อหลักในการเจรจาทรัมป์และจีน!

    คิดว่าใครถือไพ่เหนือกว่าครับ?

    https://www.facebook.com/share/p/18VWvUvgUL/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามอิหร่าน ผลาญงบมะกันไปแล้ว 77,000,000,000 (7.7 หมื่นล้าน) ดอลลาร์!!

    ...และจะยังผลาญต่อไป

    ในขณะที่จีนนั่งไขว่ห้างรอเศรษฐกิจมะกันล่มสลาย

    https://www.facebook.com/share/p/1BnFDiwBKm/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี #อิสราเอล กล่าวกับสถานีโทรทัศน์อเมริกันเมื่อวันอาทิตย์ (10 พ.ค.) ว่า คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของ #อิหร่าน จะต้องถูก "นำออกไป" ก่อน จึงจะถือว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดลงได้

    "มันยังไม่จบ เพราะยังมีวัสดุนิวเคลียร์—ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ—ที่ต้องนำออกจากอิหร่าน ยังมีโรงงานเสริมสมรรถนะที่ต้องรื้อถอน" เนทันยาฮู กล่าวในการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (10) ในรายการ "60 Minutes" ของ CBS News

    เมื่อถูกถามว่าจะนำออกมาได้อย่างไร นายกฯ อิสราเอลก็ตอบว่า “คุณเข้าไปแล้วก็เอาออกมา”

    เนทันยาฮู กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ก็มีจุดยืนคล้ายกันกับเขา

    “ผมจะไม่พูดถึงวิธีการทางทหาร แต่ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้กล่าวกับผมว่า ‘ผมอยากเข้าไปข้างในนั้น’”

    อย่างไรก็ตาม คำกล่าวของ เนทันยาฮู นั้นขัดแย้งกับจุดยืนสาธารณะของ ทรัมป์

    ประธานาธิบดีทรัมป์ วัย 79 ปี จากพรรครีพับลิกัน กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ยุติสงครามกับอิหร่าน และเขายืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานถูกควบคุมไว้ได้แล้ว

    ในการสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (10) ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่าน "พ่ายแพ้ทางทหารแล้ว" และเขายืนยันว่ายูเรเนียมสามารถถูกนำออกมาได้ "เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ"

    "เราจะได้มันมาในสักวันหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่เราต้องการ เราจะเฝ้าติดตามมัน" ทรัมป์ กล่าวกับ ชาริล แอตคิสสัน นักข่าวโทรทัศน์อิสระ

    "ถ้าใครเข้าใกล้บริเวณนั้น เราจะรู้ และเราจะระเบิดพวกมันทิ้ง"

    เมื่อถูกถามโดย CBS ว่า จะกำจัดคลังยูเรเนียมออกจากอิหร่านได้อย่างไร เนทันยาฮู กล่าวว่าเขาต้องการทำข้อตกลงมากกว่า

    "ผมคิดว่ามันทำได้ด้วยวิธีการทางกายภาพ นั่นไม่ใช่ปัญหา ถ้าคุณมีข้อตกลง และคุณเข้าไปเอาออกมา ทำไมจะไม่ทำล่ะ นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุด"

    เมื่อถูกถามว่ามีทางเลือกทางทหารในการยึดยูเรเนียมที่ซ่อนอยู่หรือไม่ เนทันยาฮู กล่าวว่าเขาจะไม่พูดถึงความเป็นไปได้ดังกล่าวหรือกำหนดเวลาที่แน่นอน

    อิสราเอลยังคงเป็นพันธมิตรที่ภักดีของสหรัฐฯ แต่ เนทันยาฮู กล่าวว่าเขาได้บอกกับ ทรัมป์ แล้วว่า เขาต้องการให้เงินภาษีของสหรัฐฯ ที่ใช้สนับสนุนอิสราเอลปีละ 3,800 ล้านดอลลาร์ลดลงเหลือ "ศูนย์" และควรทำโดยเร็วที่สุด

    "ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องค่อยๆ ลดการสนับสนุนทางทหารที่เหลืออยู่" เขากล่าวเสริม "มาเริ่มกันตอนนี้ และทำไปเรื่อยๆ ในอีกสิบปีข้างหน้า"

    นอกจากปัญหาเรื่องคลังยูเรเนียมอิหร่านที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว เนทันยาฮู ย้ำว่ายังมีเป้าหมายสงครามอื่นๆ อีกหลายประการที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ

    "ยังมีกลุ่มตัวแทนที่อิหร่านให้การสนับสนุนอยู่ และขีปนาวุธที่พวกเขายังต้องการผลิตต่อไป แม้ว่าเราจะทำลายมันไปได้มากแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ และยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก"

    เนทันยาฮูยังยอมรับว่า เขาทราบดีว่าปักกิ่งกำลังให้ความช่วยเหลืออิหร่าน

    "จีนให้การสนับสนุนอิหร่านในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะส่วนประกอบในการผลิตขีปนาวุธ" ผู้นำอิสราเอลกล่าว "แต่ผมพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้"

    เนทันยาฮู ยังชี้ว่า การล่มสลายของระบอบอิหร่านอาจหมายถึง "จุดจบของฮิซบอลเลาะห์" เช่นเดียวกับพวกฮามาสและฮูตี "เพราะโครงสร้างเครือข่ายผู้ก่อการร้ายที่อิหร่านสร้างขึ้นจะพังทลายลงหากระบอบการปกครองในอิหร่านล่มสลาย"

    อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะทำนายถึงการล่มสลายของระบอบอิหร่านอย่างชัดเจน

    "มันเป็นไปได้ไหม? ได้ แต่มีอะไรรับประกันแน่นอนแลแล้วหรือไม่? ยัง"

    ที่มา: เอเอฟพี

    https://www.facebook.com/share/p/191KhW5NVm/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ใช่แค่อ้างไทยตกลงเข้ากระบวนการ UNCLOS สื่อเขมรยังอ้างอีก ไทยยังไม่แจ้งอย่างเป็นทางการยกเลิกเอ็มโอยูพ.ศ.2544

    https://www.facebook.com/share/p/1ZNh16nong/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศจีน ระบุว่าที่ข้อตกลงสันติภาพใดๆระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน จำเป็นต้องได้รับคำรับประกันจากบรรดาชาติมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทางออกนี้จะไม่เป็นจริงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เนื่องจากขณะเดียวกันนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอโต้กลับของทางอิหร่าน สำหรับหาทางออกอย่างสันติ

    อัลดอลเรซา ราห์มานี ฟาซลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศจีน เขียนข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์(10พ.ค.) ระบุว่า "ว่าที่ข้อตกลงใดๆต้องมาพร้อมกับการรับประกันจากบรรดาชาติมหาอำนาจ และต้องผ่านการพุดคุยหารือในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ"

    ฟาซลี ให้คำจำกัดความจีนและรัสเซีย ว่าเป็น 2 ชาติมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพล "สืบเนื่องจากสถานะที่จีนมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับอิหร่านและประเทศอื่นๆในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย พวกเขาสามารถถูกมองในฐานะผู้ค้ำประกันข้อตกลงใดๆ"

    อย่างไรก็ตามแนวคิดของ ฟาซลี ดูเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันเดียวกันนั้น ปฏิเสธข้อเสนอตอบกลับของอิหร่าน ที่มีต่อข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ กัดเซาะความหวังว่าความขัดแย้งที่ลากยาวมา 10 สัปดาห์จะยุติลงในทันที ในขณะที่สงครามนี้ก่อความเสียหายอย่างกว้างขวางในอิหร่านและเลบานอน ทำการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต และผลักให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง

    หลายวันหลังจากสหรัฐฯหยิบยกข้อเสนอหนึ่งในความหวังกลับมาเปิดเจรจาอีกรอบ อิหร่านในวันอาทิตย์(10พ.ค.) ส่งหนังสือตอบกลับ มุ่งเน้นยุติสงครามในทุกแนวหน้า โดยเฉพาะในเลบานอน และความปลอดภัยด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเผยแพร่ข้อเสนอของอิหร่าน ทาง ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิเสธมันในทันที

    "ผมไม่ชอบมัน มันไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล โดยไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นทันที 3 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯและอิหร่านล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง

    ข้อเสนอของอิหร่าน รวมไปถึงข้อเรียกร้องเงินชดเชยสำหรับความเสียหายจากสงคราม และเน้นย้ำอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของสื่อมวลชนแห่งรัฐฯ นอกจากนี้แล้วยังเรียกร้องให้สหรัฐฯยุติการปิดล้อมทางทะเล รับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีอีก ยกเลิกมาตการคว่ำบาตรและให้อเมริกาเพิกถอนมาตรการแบนน้ำมันอิหร่าน

    สหรัฐฯเสนอให้หยุดสู้รบ ก่อนเริ่มการเจรจาในประเด็นที่มีปัญหาถกเถียงอย่างรุนแรง ในนั้นรวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

    หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อระบุว่าอิหร่านเสนอเจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนของตนเอง และโยกย้ายที่เหลือไปยังประเทศที่ 3

    (ที่มา:เมห์นิวส์/รอยเตอร์)

    https://www.facebook.com/share/p/1Cme7NzuFz/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารเขมร บุกยึดพื้นที่ช่องดาระกา แผ่นดินไทย‼️ตรวจพบทหารราว 40 นาย พร้อมอาวุธสงคราม"ไทยยึดหลัก ไม่กระทำการรุ่นแรง อาจส่งผลกระทบ"
    .
    ใกล้กับช่องสะงำ อ.บัวเช็ด จ.สุรินทร์วันที่ 9 พ.ค .69
    วันนั้นคณะสร้างทางเลียบชายแดนของหลวงตาเยื้อนกำลังสร้างทางอยู่บริเวณนั้นโดยมีเจ้าหน้าที่ไทยคุ้มกัน5นาย วันนั้นทหารเขมร40คนพร้อมอาวุaสงคราmได้เข้ามาจะขัดขวาง
    .
    - ทหารเรามี 5 คน ทหารเขมรมี 40 คน ทำให้เราทำอะไรรุuแรงไม่ได้ต้องนิ่งเฉย “ยืนดูทหารเขมรพร้อมอาวุธสงคราm รุกล้ำอธิปไตยไทยแบบเจ็บปวด

    “เพราะหน่วยเหนือ/รัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรง!!”‼️‼️

    - ทหารเขมรติดอาวุaเข้ามาป่วนคณะสร้างทางของหลวงตาเยื้อนหลายครั้งแล้ว ซึ่งทหารเขมรตั้งฐานอยู่ในแผ่นดินไทยแถวนั้น!

    - ทหารเขมร 40 คนที่เข้ามา บอกไม่ให้เราสร้างทางลึกเข้าไปเพราะมีฐานทหารเขมรอยู่แถวนั้น ทั้งที่จากจุดนี้ไปถึงแนวเขตแดนระยะทางอีกตั้ง200 เมตร แต่เราก็ต้องจำใจไม่ทำทางเข้าไป หลวงพ่อเยื้อนได้เจรจาพูดคุยกับทหารเขมร ตกลงกันได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

    “กองทัพไทย กองทัพภาคที่2 จะปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปหรือ?!!

    - คนไทยก้าวขาล้ำเข้าไปฝั่งเขมรแม้ก้าวเดียวก็จะถูกเขมรจับดำเนินคดีหรืออาจถูกยิJ ขนาดคนไทยหาของป่าอยู่ในเขตไทยแท้ๆยังถูกทหารเขมรเข้ามาจับไปแล้วยัดข้อหาลุกล้ำแดนและอาจถูกยัดข้อหาเป็นสายลับอีกด้วย!!

    - กองทัพจะทำยังไงต่อไปกับเรื่องแบบนี้คนไทยอยากรู้
    FB_IMG_1778496213858.jpg FB_IMG_1778496217310.jpg FB_IMG_1778496220435.jpg
    https://www.facebook.com/share/1BNdZEQCjk/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาท่าทีรัฐบาลใหม่วอชิงตันเพิ่มแรงกดดันอิรักตัดความสัมพันธ์กลุ่มติดอาวุธหนุนหลังโดยอิหร่าน

    สหรัฐฯ ขู่ระงับความช่วยเหลืออิรัก หากรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ Ali Al Zaidi ไม่เร่งปราบปรามกลุ่มติดอาวุธตัวแทนอิหร่าน

    รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี Donald Trump ส่งสัญญาณเตือนอย่างเข้มงวดไปยัง Ali Al Zaidi ว่าที่นายกรัฐมนตรีอิรัก โดยย้ำว่าการสนับสนุนจากวอชิงตันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับ "การกระทำมากกว่าคำพูด" ในการลดบทบาทของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในระบบการเมืองและกองทัพอิรักในปัจจุบัน

    สถานการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ สั่งระงับการส่งมอบเงินดอลลาร์จากรายได้น้ำมันให้กับแบกแดดชั่วคราว เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองให้รัฐบาลใหม่เร่งปลดอาวุธกลุ่ม Popular Mobilization Forces (PMF) ซึ่งวอชิงตันมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความมั่นคงของบุคลากรสหรัฐฯ ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่

    ขณะที่ Ali Al Zaidi กำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากฐานอำนาจที่สนับสนุนการเสนอชื่อของเขามาจากกลุ่มการเมืองชีอะห์ที่มีความใกล้ชิดกับพิจิตร (Tehran) การเดินเกมทางการเมืองครั้งนี้จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าผู้นำคนใหม่จะสามารถรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจโลกและอิทธิพลในภูมิภาคเพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศได้หรือไม่

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: Ali Al Zaidi ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอิรักคนใหม่ และสหรัฐฯ มีการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจผ่านการควบคุมเงินรายได้จากน้ำมัน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดของเงื่อนไขในข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิรักที่กำลังเจรจา
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมดของ Ali Al Zaidi ที่คาดว่าจะรวมตัวแทนจากกลุ่มติดอาวุธ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานสอดคล้องกันจากสื่อหลักระดับโลกและเอกสารสรุปความเสี่ยงทางการเมืองปี 2026

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Alhurra, Rudaw, Reuters
    https://www.facebook.com/share/17VbA9Zs1h/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักแสดง AV หาคู่แต่งงาน ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านขึ้นไป แต่ผลตอบรับ 0 คน !!
    FB_IMG_1778497730804.jpg
    นักแสดง AV คนหนึ่งลองลงสนามหาคู่แต่งงาน เธอส่งใบสมัครขอไปดูตัวกับผู้ชายถึง 42 คน แต่ผลที่ได้คือไม่มีใครตอบรับเลยสักคนเดียว

    คุณยามาโมโตะ ซาโอริ ที่ปรึกษาด้านการหาคู่ พูดว่า "ผู้หญิงวัย 20 ที่ดูธรรมดาๆ ยังมีภาษีดีกว่าคนสวยอายุ 35 เลย" ซึ่งคำพูดนี้ออกมาจากปากของคนที่เคยเป็นโฮสเตสย่านกินซ่า และเป็นมือโปรที่ช่วยให้คนแต่งงานกันมาแล้วมากกว่า 500 คู่

    ━━━━━━━━━━━━━

    ① คู่แข่งคือผู้หญิงวัย 20 ทุกคน

    เรื่องนี้มาจากวิดีโอที่ตามติดชีวิตการหาคู่ของคุณซายามะที่เป็นนักแสดง AV โดยเธอตั้งสเปกผู้ชายไว้ว่าต้องมีรายได้ต่อปี 50 ล้านเยนขึ้นไป และอายุอยู่ในช่วง 30 ถึง 40 ปี

    "คู่แข่งของคุณคือเด็กวัย 20 ทุกคน แล้วคุณซายามะจะสู้กับเขายังไง"

    ในตลาดหาคู่แต่งงาน ความรู้สึกที่ว่าตัวเองเคยเป็นคนสวย เป็นคนฮอตในงานกลางคืน มันใช้ไม่ได้ผลที่นี่ ทุกอย่างถูกเซตใหม่หมด เพราะในสนามนี้เขาเลือกกันที่ความเด็ก ประวัติการศึกษา และรายได้

    ••••••

    ② เป้าหมาย 100 คน เหลือ 42 และจบที่ 0

    เธอถูกสั่งให้ลองส่งใบสมัครขอนัดดูตัวให้ได้ 100 คน ภายใน 5 วัน แต่เธอทำได้แค่ 42 คน และในจำนวนนั้นไม่มีผู้ชายคนไหนตอบรับคำขอของเธอเลยแม้แต่คนเดียว

    "คนที่เราถูกใจ เขากลับไม่ได้ต้องการเราเลย"
    ยิ่งตั้งเป้าจะเอาผู้ชายสเปกสูงเท่าไหร่ ฝั่งนั้นเขาก็ยิ่งไม่มองเรากลับมา ความฝันกับความเป็นจริงมันสวนทางกันจนเห็นได้ชัดจากตัวเลขพวกนี้

    ••••••

    ③ พออายุเกิน 30 ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเอง

    "ช่วงเวลาที่จะมีใครสักคนเดินเข้ามาหาเองตามธรรมชาติ มันจบลงไปพร้อมกับวัย 20 แล้ว"

    "ถ้าอายุเกิน 30 แล้วยังอยากแต่งงานจริงๆ คุณต้องเป็นฝ่ายออกไปไขว่คว้ามาเอง" คำพูดของคุณยามาโมโตะฟังแล้วเจ็บจี๊ด เพราะเธอเองก็เคยทำงานเป็นโฮสเตสมาก่อน เลยเข้าใจดีว่าคนที่เคยทำงานในที่ที่มีแต่คนมาเอาใจหรือนั่งรอลูกค้ามาหา จะเริ่มมีความรู้สึกที่ด้านชาและลืมความจริงข้อนี้ไป

    ━━━━━━━━━━━━━

    สุดท้ายแล้ว คุณซายามะยอมลดสเปกจากที่ตั้งไว้ตอนแรกไปมาก โดยเลือกไปลองคบหาดูใจกับคุณ S ชายพ่อหม้ายวัย 44 ปี ที่มีรายได้ต่อปี 10 ล้านเยน

    การเป็นคนที่มีคนมารุมล้อมในงานกลางคืน กับการเป็นคนที่ถูกเลือกมาเป็นคู่ชีวิต มันคือคนละเรื่องกันจริงๆ …

    แอด : แอบคิดถึงอีกเคสเลย จำกันได้ไหมนะ ที่อยากได้คู่อายุน้อยกว่า และต้องมีรายได้อย่างต่ำ 8 ล้าน ( ที่ลดมาจาก 10 ล้าน )

    https://www.facebook.com/share/1DxQPssDD7/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ที่ญี่ปุ่นตอนนี้กำลังเครียดกันมาก กับเรื่อง “ฮิคิโคโมริ” หรือกลุ่มคนที่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกไปเจอใคร

    ซึ่งตอนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของวัยรุ่นแล้ว แต่มันเดินทางมาถึงคนวัยกลางคนและคนแก่

    ••••••

    1. ตัวเลขล่าสุดของปี 2025 บอกว่าอายุเฉลี่ยของคนกลุ่มนี้พุ่งไปถึง 36.9 ปีแล้ว

    เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนถึง 4.2 ปี ส่วนพ่อแม่ที่ต้องคอยเลี้ยงดูตอนนี้อายุเฉลี่ยก็ปาไป 66.3 ปี ขยับสูงขึ้นตามลูกไปติดๆ

    เรื่องนี้มันบอกให้รู้ว่า คนที่เก็บตัวอยู่ในบ้านเขาไม่ได้หายดีหรือกลับมาใช้ชีวิตได้เองเมื่อโตขึ้น หลายคนอยู่แต่ในห้องวนเวียนไปแบบนั้นนานเฉลี่ยถึง 14.8 ปี จนพ่อแม่ที่เคยดูแลเริ่มแก่หง่อมจนดูแลไม่ไหว

    เมื่อก่อนคนอาจจะมองว่าแค่เด็กไม่ไปเรียนหรือเปล่า แต่ตอนนี้กลุ่มอายุ 40-60 ปีกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากเรื่อง งาน เรื่องสังคม ฯลฯ
    ทั้งตกงาน ทำงานพลาดจนฝังใจ ปัญหาสุขภาพจิต หรือบางคนก็ใจสลายจนแยกตัวออกมาตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจแย่ๆ หรือช่วงโควิด

    ••••••

    2. สถานการณ์นี้คนญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่า “ปัญหา 8050”

    มันคือภาพของบ้านที่พ่อแม่อายุ 80 ต้องมานั่งเลี้ยงดูลูกอายุ 50 ที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ลูกกลุ่มนี้ไม่ทำงาน ไม่มีรายได้ และไม่ยอมออกจากบ้านเลย หลายบ้านต้องกัดฟันใช้เงินบำนาญก้อนสุดท้ายของพ่อแม่ประทังชีวิตไปวันๆ

    ปัญหานี้เริ่มเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเพราะพักหลังๆ มีข่าวสะเทือนใจบ่อยมาก เช่น แม่ที่มีอายุ 82 ปี กับลูกสาวอายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้าน โดยไม่มีใครรู้เลย หรือบางบ้านเครียดจัดเพราะอยู่ด้วยกันในพื้นที่ปิดตายมานานหลายสิบปี จนสุดท้ายลูกลุกขึ้นมาชัตดาวน์พ่อแม่ตัวเองก็มี และเช่นกันเคสพ่อแม่ชัตดาวน์ลูกก็มีอยู่เยอะมาก

    ••••••

    3. ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมองว่า “ปัญหาไม่ได้มีแค่คนไม่ออกจากบ้าน แต่มันคือการที่ทั้งครอบครัวค่อยๆ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จนไม่มีใครเข้าถึงหรือเข้าไปช่วยได้ทัน”

    ตอนนี้คาดว่ามีคนที่อยู่ในภาวะนี้มากกว่า 1.4 ล้านคนทั่วญี่ปุ่น และที่น่ากลัวคือญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สังคมคนแก่แบบสุดๆ ทำให้ “ปัญหา 8050” กำลังจะขยับเป็น “ปัญหา 9060” หรือก็คือพ่อแม่อายุ 90 ต้องดูแลลูกอายุ 60 ในอีกไม่ช้า

    รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามช่วยเต็มที่ ทั้งตั้งศูนย์ช่วยเหลือตามจุดต่างๆ ทำคู่มือ และพยายามเดินสายหาบ้านที่เก็บตัวเงียบแบบนี้ให้เจอก่อนจะมีใครเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว

    แต่ต่อให้มีงบมีโครงการมาช่วยแค่ไหน ผู้เชี่ยวชาญก็ยังบอกว่าทำได้ยาก เพราะกำแพงที่สูงที่สุดคือ “ความโดดเดี่ยว” กับ “ความอับอาย” ของคนในบ้าน ที่ทำให้พวกเขาเลือกจะปิดปากเงียบและไม่กล้าเดินไปขอความช่วยเหลือจากใครเลยเป็นเวลาหลายสิบปี



    เครดิต / ที่มา : livedoor News

    ひきこもり、平均年齢36.9歳 家族が高齢化、2025年度調査

    https://www.facebook.com/share/p/186wwmBBi9/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘โฆษกทบ.’ขออภัย‘ลุงหาอึ่ง’เหตุถามหน่วยขอข้อมูลเร็วไปหน่อย ยังไม่ครบถ้วน จึงแถลงว่าไม่ใช่ทหารเขมร เพราะตรงนั้นไม่เคยมี

    ”พลตรี วินธัย“ ขออภัย ชาวบ้าน ปมชี้แจง เรื่องทหารกัมพูชา ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มคนที่ชาวบ้านเจอ เป็นทหารกัมพูชาหรือไม่ แต่ก็มี ความเป็นไปได้
    ชี้ถามข้อมูลเร็วไปหน่อย ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน

    .
    จากกรณีที่ โฆษกกองทัพบก แถลงข้อมูลไม่ตรงกันกับ ชาวบ้านหาอึ่ง
    เจอทหารกัมพูชาเข้ามาในดินแดนไทย แต่ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่าไม่ใช่ทหารเขมรเป็นคนไทยอีกกลุ่มหนึงแต่พูดภาษาเขมร และไม่มีการยิงปืน

    พลตรี วินธัย ชี้แจงว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มคนที่ชาวบ้านเจอเป็นทหารกัมพูชาหรือไม่ แต่ก็มีความเป็นไปได้

    และ ต้องเชื่อข้อมูลจากชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ก่อน พร้อมขออภัย ที่ชี้แจงรอบแรกข้อมูลมาจากทางหน่วยรับผิดชอบในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สมบูรณ์
    .
    จากกรณีที่ตนเองออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า กลุ่มคนที่เห็นเป็นคนไทยที่พูดภาษาเขมรได้นั้น ก็มาจากการรายงานเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ของหน่วยทหารที่รับผิดชอบบริเวณนั้น ซึ่งทางหน่วยยืนยันว่า บริเวณดังกล่าวไม่มีฐานทหารกัมพูชาตั้งอยู่

    ตนเองจึงรายงานตามที่หน่วยแจ้งไปโดยที่ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งส่วนนี้ต้องขออภัยด้วย พร้อมย้ำว่าชาวบ้านเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ดังนั้นต้องยึดถือข้อมูลจากชาวบ้านไว้ก่อนอันดับแรก ว่ากลุ่มคนที่เจออาจเป็นทหารกัมพูชา
    .
    ฝั่งชาวบ้านเขาก็ติดใจเรื่องของการแถลงที่บอกว่าไม่น่าจะใช่ทหารกัมพูชา บอกไปแล้วเพราะว่าตอนนั้นมันเป็นข้อมูลซึ่งปัจจุบันทันด่วน ทางหน่วยเห็นว่าตรงนั้นไม่มีทหาร ไม่มีฐานทหารของกัมพูชาอยู่ แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้นะครับ

    ตอนนี้เราก็ยืนยันใหม่ว่า ต้องขออภัยด้วย เนื่องจากความเร็วหรือข้อมูลมันไม่สมบูรณ์ที่หน่วย เพราะว่าจริงๆเป็นข้อมูลที่หน่วยให้มา อาจจะรีบร้อนนะ เมื่อมันยืนยันไม่ได้ก็ต้องย้อนกลับไปใหม่งั้นก็เหลือแต่ข้อมูลของชาวบ้านอย่างเดียว
    .
    พลตรี วินธัย ระบุว่า บริเวณจุดเกิดเหตุก่อนหน้านี้ไม่ใช่พื้นที่เป็นประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา การตรวจความปลอดภัยอาจจะไม่ได้ถี่มากนัก แต่หลังจากนี้เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คงต้องจัดกำลังตรวจตราพื้นที่เพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุลักษณะแบบนี้อีก
    .
    Cr PPTV

    https://www.facebook.com/share/1DdFGeGXrr/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ️ "The Death Call" — เมื่อ AI กลายเป็นมัจจุราชเลือกเป้า! เจาะลึกระบบ Maven & Palantir... เบื้องหลังสายโทรศัพท์สุดสยอง "คุณอยากตายไปพร้อมกับครอบครัวหรือตายอย่างโดดเดี่ยว?" และความแม่นยำที่แลกมาด้วยคำถามจริยธรรม!

    ...นี่คือคำถามที่เจ้าหน้าที่ IDF ถามบุคคลที่เชื่อมโยงกับฮิซบอลลาห์ทางโทรศัพท์ก่อนการลอบสังหาร อิสราเอลใช้ AI ร่วมกับข้อมูลโทรศัพท์, สัญญาณ Wi-Fi, ฐานข้อมูล, และโซเชียลมีเดียเพื่อกำจัดสมาชิกของกลุ่มชีอะห์

    ปฏิบัติการ "Digital Assassin" (นักฆ่าดิจิทัล):

    ▪️ในการระบุเป้าหมาย อิสราเอลใช้ผลิตภัณฑ์จาก Palantir Technologies โดยเฉพาะระบบ Maven ซึ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วในระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่าน ทางการอิสราเอลอ้างว่าพวกเขาใช้ซอฟต์แวร์นี้มาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุโจมตีด้วยเพจเจอร์อันโด่งดังในเลบานอน

    ▪️หนังสือพิมพ์ LA Times อธิบายถึงวิธีการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ โดยยกตัวอย่างการลอบสังหารนายอาหมัด ตูร์มุส วัย 62 ปี ผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮิซบอลลาห์ ในเลบานอนตอนใต้

    เขาถูกสังหารได้อย่างไร?

    ▪️ก่อนการลอบสังหารไม่นาน เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลได้โทรหาเขาและถามว่าเขาอยากตายแบบไหน “กับคนที่เขารัก หรือตายอย่างโดดเดี่ยว” ตูร์มุสตอบว่าเขาอยากตายอย่างโดดเดี่ยว จากนั้นสายก็ถูกตัดไป

    ▪️เขาขอให้ครอบครัวย้ายไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพวกเขาจะขอร้องให้เขาอยู่และพยายามหนี ตูร์มุสกล่าวอ้างว่า “พวกเขารู้จักหน้าฉัน เราทำอะไรไม่ได้หรอก”

    ▪️เขาขึ้นรถและขับออกไป สามสิบวินาทีต่อมา รถของเขาถูกระเบิดด้วยจรวดสองลูก

    ❗️แม้ว่าสหรัฐฯและอิสราเอลจะชื่นชมการพัฒนาของ Palantir แต่ระบบนี้ก็อาจมีข้อบกพร่องได้ ท้ายที่สุดแล้วมันอาศัยข้อมูลเมตาและรูปแบบพฤติกรรมมากกว่าหลักฐานที่แท้จริงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบุคคลในกลุ่มฮิซบอลลาห์

    แน่นอนเรื่องราวนี้อาจเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อก็ได้ อย่างไรก็ตามกลไกการทำงานของระบบ Maven ได้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว แต่ใครจะรู้แน่ชัดว่ามีผู้บริสุทธิ์กี่คนที่ถูก "กำจัด" ไปด้วยวิธีนี้?

    11/05/2026

    #ZFrontier #ProjectMaven #PalantirTechnologies #IDFStrategy #Hezbollah2026 #DigitalWarfare #AhmadTurmus #LebanonConflict #TargetedKilling #AIWarfare #ZFrontierElite

    https://www.facebook.com/share/p/14gYitRNdFo/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    【มาเลเซียเคยถูกขบวนการขายบัตรประชาชนเจาะระบบ — และนี่คือวิธีที่พวกเขาแก้ปัญหา】

    บทเรียนจากเพื่อนบ้านอาเซียน เมื่อ “คนในระบบ” คือจุดอ่อนที่อันตรายที่สุด
    ปี 2019: คดีที่เขย่ากรมทะเบียนแห่งชาติมาเลเซีย

    ปี 2019 ตำรวจมาเลเซียประกาศจับกุมผู้ต้องหา 20 ราย ในคดีขบวนการขายบัตรประชาชนมาเลเซีย หรือ MyKad ให้กับชาวต่างชาติ

    สิ่งที่ทำให้คดีนี้สั่นสะเทือนวงราชการมาเลเซีย ไม่ใช่จำนวนผู้ต้องหา แต่คือ “ตัวตน” ของผู้ต้องหาบางคน

    ในจำนวนผู้ต้องหา 20 รายนั้น มีเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนแห่งชาติ (National Registration Department หรือ NRD) ของมาเลเซียรวมอยู่ด้วย — บุคคลที่ควรเป็น “ผู้ปกป้องระบบ” กลับกลายเป็น “ผู้เจาะระบบ” เสียเอง

    ผู้ต้องหาประกอบด้วยชาวมาเลเซีย 17 ราย ชาวจีน 2 ราย และชาวอินเดีย 1 ราย ในข้อหาร่วมกันออกสูติบัตรปลอม บัตรประชาชนปลอม และพาสปอร์ตปลอม
    รูปแบบของขบวนการ: คนนอกอยากได้ คนในเป็นคนทำ

    รูปแบบของขบวนการนี้น่าสนใจมาก เพราะมันเปลี่ยนความเข้าใจของสังคมเรื่อง “เอกสารปลอม”

    ขบวนการนี้ไม่ได้พิมพ์บัตรปลอมตามตลาดมืดอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ “ใช้ระบบรัฐออกเอกสารจริง” ให้กับคนที่ไม่ควรได้

    วิธีการคือ มีนายหน้าหาลูกค้าต่างชาติที่ต้องการได้สัญชาติมาเลเซีย จากนั้นส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ NRD ที่อยู่ในเครือข่าย ดำเนินการออกเอกสารผ่านระบบราชการตามปกติ แต่ใส่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง

    ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 100,000 ถึง 600,000 ริงกิตต่อราย หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7 แสนถึง 4.5 ล้านบาท

    ตัวเลขนี้บอกอะไรหลายอย่าง — มันบอกว่ามีตลาดต้องการสัญชาติมาเลเซียมหาศาล มีคนเต็มใจจ่ายเงินจำนวนสูง และที่สำคัญที่สุด คือมีคนในระบบที่เต็มใจรับเงินเพื่อเปิดประตูให้
    จุดที่มาเลเซียทำต่างจากไทย: ไม่จบที่ “ลงโทษคนผิดแล้วจบ”

    ในกรณีของไทย เมื่อนายอำเภอเชียงใหม่ถูกจับเรื่องขายบัตรประชาชน คำตอบจากผู้บริหารระดับสูงคือ “ลงโทษไปแล้ว ระบบทำงานได้”

    แต่ในกรณีของมาเลเซีย รัฐบาลและกรมทะเบียนแห่งชาติเลือกที่จะมองคดีนี้ในฐานะ “สัญญาณเตือนของช่องโหว่เชิงระบบ” ไม่ใช่แค่ความผิดของเจ้าหน้าที่รายเดียว

    มาเลเซียจึงดำเนินการปฏิรูปหลายชั้น เพื่อปิดช่องโหว่ที่ขบวนการนี้เจาะเข้ามาได้
    มาตรการแก้ไขของมาเลเซีย: รื้อระบบ ไม่ใช่ปะรอย

    หนึ่ง — เพิ่มมาตรการตรวจสอบแบบสุ่ม (spot-check)

    กรมทะเบียนแห่งชาติเพิ่มการตรวจสอบเอกสารที่ออกไปแล้วแบบสุ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้เอกสารผิดปกติหลุดรอดผ่านระบบ

    การ spot-check นี้ไม่ใช่การตรวจแบบมีกำหนดการ แต่เป็นการสุ่มเลือกเอกสารที่ออกไปแล้วกลับมาตรวจสอบใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่คิดทุจริตต้องระมัดระวังตลอดเวลา

    สอง — หมุนเวียนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ไม่ให้อยู่นานเกิน 2 ปี

    นี่คือมาตรการที่สำคัญมาก เพราะการที่เจ้าหน้าที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนานๆ จะทำให้เกิดเครือข่ายผลประโยชน์ในพื้นที่

    การหมุนเวียนทำให้เครือข่ายไม่สามารถก่อตัวได้ และทำให้เจ้าหน้าที่ใหม่ที่เข้ามาสามารถตรวจสอบเอกสารของชุดก่อนหน้าได้

    สาม — ปิดช่องการแจ้งเกิดย้อนหลังในระดับรัฐ

    แต่เดิมมาเลเซียอนุญาตให้แจ้งเกิดย้อนหลังที่สำนักงานในแต่ละรัฐได้ ซึ่งกลายเป็นช่องโหว่หลักที่ขบวนการใช้

    หลังคดีนี้ มาเลเซียยกเลิกการแจ้งเกิดย้อนหลังในระดับรัฐ และให้ดำเนินการที่สำนักงานใหญ่เท่านั้น เพื่อเพิ่มชั้นการตรวจสอบและลดจุดที่อาจถูกแทรกแซง

    สี่ — ตรวจและปิดการใช้งานสูติบัตรที่ไม่มีผู้มารับ

    มาตรการนี้เป็นมาตรการที่ละเอียดและสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดของระบบ เพราะสูติบัตรที่ออกแล้วแต่ไม่มีใครมารับ อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ในภายหลัง

    การปิดการใช้งานเอกสารเหล่านี้ ตัดวงจรการนำเอกสารจริงไปใช้ผิดทางตั้งแต่ต้น

    ห้า — เข้มงวดในขั้นตอนปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP)

    ทุกขั้นตอนการออกเอกสารถูกทบทวนใหม่ มีการเพิ่มจุดตรวจสอบ และเพิ่มผู้ลงนามรับรองในแต่ละขั้น เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่คนเดียวมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดในการออกเอกสารสำคัญ
    ข้อถกเถียงที่ยังไม่ลงตัว: ฐานข้อมูล DNA

    นอกจากมาตรการที่ใช้แล้ว มาเลเซียยังเคยถกเถียงถึงแนวคิดทำฐานข้อมูล DNA หรือข้อมูลพันธุกรรมในระบบสูติบัตรระยะยาว เพื่อป้องกันการรั่วไหลของตัวตนในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้มีประเด็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลสูงมาก และยังไม่ได้บังคับใช้จริง เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความมั่นคงกับสิทธิของประชาชน

    ประเด็นนี้สะท้อนว่ามาเลเซียคิดถึงปัญหานี้อย่างจริงจังในระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้เฉพาะหน้า
    บทเรียนที่ประเทศไทยควรเรียนรู้

    เมื่อเปรียบเทียบมาตรการของมาเลเซียกับท่าทีของรัฐบาลไทยปัจจุบัน จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนมาก

    มาเลเซียยอมรับว่าปัญหาคือเชิงระบบ ไทยปฏิเสธว่าเป็นปัญหาเชิงระบบ

    มาเลเซียปฏิรูประบบทั้งกระบวนการออกเอกสาร ไทยลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ถูกจับได้

    มาเลเซียปิดช่องการแจ้งเกิดย้อนหลังในระดับท้องถิ่น ไทยยังปล่อยให้นายอำเภอเป็นผู้มีอำนาจสุดท้ายในเรื่องนี้

    มาเลเซียหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ไม่ให้อยู่ในตำแหน่งเดียวนานเกิน 2 ปี ไทยมีนายอำเภอที่ครองพื้นที่เดิมหลายปี และเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาทุนสีเทาหนาแน่น

    มาเลเซียเอาผิดคนในระบบเป็นเป้าหมายหลัก ไทยมักเอาผิดเฉพาะปลายทาง
    คำถามที่ไทยควรถามตัวเอง

    จากกรณีศึกษาของมาเลเซีย คำถามที่สังคมไทยควรถามรัฐบาลคือ

    ทำไมประเทศไทยยังอนุญาตให้แจ้งเกิดย้อนหลังในระดับอำเภอได้?

    ทำไมไม่มีระบบ spot-check เอกสารที่ออกไปแล้วย้อนหลัง?

    ทำไมในแต่ละครั้งที่เจ้าหน้าที่ถูกจับเรื่องขายบัตรประชาชน เราถึงไม่ตรวจสอบว่าเขาเคยออกบัตรให้ใครไปแล้วบ้าง?

    และคำถามที่สำคัญที่สุด — ทำไมรัฐบาลไทยปัจจุบันยืนยันว่า “ไม่ต้องสังคายนา” ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่เจอปัญหาแบบเดียวกัน ยอมรับว่าต้องสังคายนาและทำมันจริง?
    สรุป: ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากร แต่อยู่ที่ความกล้า

    มาเลเซียไม่ใช่ประเทศที่มีงบประมาณราชการสูงกว่าไทยมาก ไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำกว่าไทยอย่างชัดเจน และไม่ใช่ประเทศที่มีระบบราชการสะอาดกว่าไทยโดยธรรมชาติ

    สิ่งที่มาเลเซียมี — และไทยยังขาด — คือ “ความกล้าของผู้นำในการยอมรับว่าระบบมีรู และพร้อมรื้อระบบนั้นแม้จะกระเทือนคนในเครือข่ายเดิม”

    ในขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันว่าปัญหาคือ “ปลาเน่าตัวเดียว” — รัฐบาลมาเลเซียเมื่อปี 2019 ยอมรับตรงไปตรงมาว่ามีฝูงปลาเน่าในเรือ และเลือกที่จะลงไปทำความสะอาดเรือทั้งลำ

    ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ — มาเลเซียปัจจุบันไม่ได้ปลอดปัญหาทั้งหมด แต่ระบบของพวกเขามีความแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างชัดเจน และเครือข่ายขบวนการในประเทศนั้นทำงานได้ยากกว่าเดิมมาก

    นี่คือบทเรียนที่ประเทศไทยควรศึกษา — ก่อนที่จะสายเกินไปจนแก้ไม่ได้



    ที่มา: รายงานข่าวจากสื่อมาเลเซีย The Star และ New Straits Times เรื่องคดีขบวนการ MyKad ปลอม ปี 2019 และมาตรการของกรมทะเบียนแห่งชาติมาเลเซีย (NRD) ที่ตามมา
    https://www.facebook.com/share/1bGmBsm5o3/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจ้าหน้าที่ เขมร ลั่น ทางการ #กัมพูชา กำลังจับตาดู การสร้างกำแพงของทางฝ่ายไทย โดยบอกว่า เพื่อไม่ให้ ล้ำเขต เข้ามายัง เขตของ กัมพูชา

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778500316100.jpg
    #cambodia #ducknews #เขมร

    https://www.facebook.com/1000524024...4FmJaMaAhQuMYreigZxWhJPH4bwl/?mibextid=NOb6eG
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #เขมร แห่แชร์ อุตส่าห์ อุดหนุน ทุเรียน เขมร ด้วยกัน ทำไม แกะออกมา เป็นแบบนี้

    โดย สาว เขมร นางหนึ่ง ไม่เอาทุเรียนไทย จะเอาแต่ ทุเรียน กัมพูชา เท่านั้น

    พอแกะออกมา กลับไม่มีเนื้อ และที่สำคัญ มี เขมร หลายคน ที่เจอ แบบนี้ จึงรวมตัวกัน บ่นว่า เสียเงินฟรี ลูกตั้งหลายหมื่น เรียล

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778500466546.jpg

    FB_IMG_1778500514461.jpg
    FB_IMG_1778500466546.jpg

    #cambodia #ducknews #กัมพูชา

    https://www.facebook.com/share/p/18wFDgPE5p/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮุนมาเนต ลั่น ความเจ็บปวดและความยากลำบาก จะทำให้ กัมพูชา แข็งแกร่งขึ้น

    เขาขึ้นให้ ปราศรัย แก่ชาวเขมร หลังจากกลับจากการประชุม ผู้นำอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับ นายกรัฐมนตรีของไทย

    ที่มาข่าว อยู่ในคอมเม้นท์ เพจ Duck News
    FB_IMG_1778500605957.jpg
    #เขมร #กัมพูชา #cambodia #ducknews

    https://www.facebook.com/share/p/18SA8p1awB/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจาะลึกดีลเยือนจีนของทรัมป์: เมื่อ "ไพ่แร่หายาก" บีบให้ทำเนียบขาวต้องยอมแลกเปลี่ยน

    การเยือนจีนในรอบ 9 ปีของ #โดนัลด์ทรัมป์ ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความต้องการสร้างมิตรภาพ แต่เกิดขึ้นจาก "ความจำเป็นเร่งด่วนทางความมั่นคงและการทหาร" ของสหรัฐฯ เอง ทั้งนี้ Reuters และ SCMP รายงานตรงกันว่า "สหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณขอร้องแกมกดดันเพื่อยืดอายุ 'ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวทางค้า' เพื่อแลกกับการให้จีนส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) ไปป้อนภาคอุตสาหกรรมทหารของอเมริกาต่อไปโดยมีรายละเอียดและฉากทัศน์การต่อสู้ทางยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจดังนี้:

    1. เบื้องหลังความร้อนรนของอเมริกา: ขาดแร่หายาก = กองทัพอัมพาต

    รศ. เมิ่ง เหวยจาน (孟维瞻) จากสถาบันวิจัยสังคมศาสตร์ขั้นสูงแห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น วิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รัฐบาลทรัมป์ต้องรีบเสนอดีลนี้เนื่องจาก:

    ความต้องการทางทหารช่วงสงคราม: ท่ามกลางภาวะสงครามและความตึงเครียดใน #ตะวันออกกลาง (ศึกระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับ อิหร่าน) อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของ #สหรัฐฯ จำเป็นต้องรักษาความต่อเนื่องในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ #อุปกรณ์นำวิถี และ #ระบบเรดาร์ขั้นสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ "ขาดแร่หายากจากจีนไม่ได้แม้แต่ขั้นตอนเดียว"

    เป้าหมายระยะสั้น: #สหรัฐฯ ต้องการการันตีว่า #จีน จะส่งมอบแร่เหล่านี้ให้อย่างต่อเนื่องในกรอบเวลา 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อยื้อเวลาให้ระบบอุตสาหกรรมในประเทศรอดพ้นจากการหยุดชะงัก

    2. ไพ่ตายในมือจีน: ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

    รายงานจาก South China Morning Post ระบุว่า หลังจากจีนทดลองใช้ "ไพ่แร่หายาก" ควบคุมการส่งออกไปเมื่อปลายปีก่อน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ปักกิ่งมีความมั่นใจใน "คานงัดทางเศรษฐกิจ" (Economic Leverage) ของตนเองสูงขึ้นมาก:

    หมดยุคกลัวภาษี: จีนตระหนักแล้วว่ามาตรการกำแพงภาษีที่ทรัมป์มักนำมาขู่ ไม่สามารถทำลายล้างเศรษฐกิจจีนได้เหมือนแต่ก่อน หากสหรัฐฯ กล้าขึ้นภาษี จีนก็พร้อมที่จะ "ปิดก๊อก" #แร่หายาก สวนกลับทันที ซึ่งเป็นต้นทุนที่วอชิงตันจ่ายไม่ไหว

    การท้าทายกฎหมายนอกอาณาเขต (Extraterritorial Jurisdiction): สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือการที่รัฐบาลจีนสั่งการให้วิสาหกิจและพลเมืองของตน "ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ" ที่มีต่อโรงกลั่นน้ำมันจีน 5 แห่งที่ทำการค้ากับอิหร่าน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่จีนใช้กฎหมายต่อต้านการคว่ำบาตรจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

    3. "เงื่อนไขแลกเปลี่ยน" ที่สหรัฐฯ ต้องจ่ายเพื่อให้จีนพอใจ

    นักวิชาการจีนชี้ตรงกันว่า "#อำนาจการต่อรองทั้งหมดอยู่ที่ฝั่งจีน" หากทรัมป์ต้องการให้จีนต่ออายุข้อตกลงและยอมปล่อยแร่หายากให้อีกครั้ง สหรัฐฯ จำเป็นต้องยื่นข้อเสนอที่จับต้องได้และทำให้จีนพึงพอใจ:

    มิติทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
    สิ่งที่สหรัฐฯ วอนขอจากจีน: สหรัฐฯ ต้องการหลักประกันในการเข้าถึง "แร่หายาก" (Rare Earths) และวัตถุดิบต้นน้ำเพื่อป้อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการทหารของตนไม่ให้หยุดชะงัก

    สิ่งที่จีนต้องการเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน: สหรัฐฯ จะต้องมีการทำข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมในการ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีชิปขั้นสูงและเทคโนโลยี AI รวมถึงต้องยอมลดกำแพงภาษีที่ตั้งขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรมก่อนหน้านี้

    มิติทางความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์

    สิ่งที่สหรัฐฯ พยายามลากมาต่อรอง: สหรัฐฯ ต้องการเปิดช่องทางการสื่อสาร (Communication Channels) เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยของโมเดล AI, การควบคุม #อาวุธนิวเคลียร์ และพยายามกดดันจีนเรื่องความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ #รัสเซีย

    สิ่งที่จีนตั้งเป็นกำแพงสกัด: จีนยื่นคำขาดว่า สหรัฐฯ จะต้อง เคารพ “#หลักการจีนเดียว" อย่างแท้จริงในประเด็น #ไต้หวัน และหยุดพฤติกรรมแทรกแซงกิจการภายใน รวมถึงจะไม่มีการยอมอ่อนข้อในประเด็นความมั่นคงหลักเหล่านี้เพียงเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการค้าเด็ดขาด

    ในอดีต สหรัฐฯ เคยชินกับการเป็นผู้กำหนดกติกา อยากจะคว่ำบาตรใครก็ทำ อยากจะขึ้นภาษีตามใจชอบก็ทำเพราะคิดว่าตัวเองกุมห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูงไว้ทั้งหมด

    แต่พอมาถึงปี 2026 นี้ เมื่อจีนเริ่มจัดระเบียบและใช้สิทธิ์การควบคุม 'ทรัพยากรต้นน้ำ' ที่แท้จริงอย่างแร่หายาก... ยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกากลับต้องเป็นฝ่ายเดินมาเคาะประตูบ้านเพื่อขอเจรจาเสียเอง

    การที่นักการเมืองสหรัฐฯ พยายามจะลากประเด็นไต้หวันหรือเรื่อง AI มาคุยในการเยือนครั้งนี้ด้วย มันเป็นเพียงการ 'สร้างภาพเพื่อรักษาหน้า' ให้ตัวเองดูมีอำนาจต่อรองในสื่อกระแสหลักเท่านั้น แต่เนื้อแท้หลังม่านเจรจา ทุกคนรู้ดีว่าถ้าทรัมป์ไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทางด้วยการยกเลิกกำแพงภาษีหรือยอมถอยในเรื่องชิป... ทรัมป์ก็อย่าหวังว่าจะได้แร่หายากกลับไปป้อนเครื่องบินรบ F-35 หรือระบบนำวิถีขีปนาวุธของตนเอง

    *ภาพทรัมป์เยือนปักกิ่งสมัย Trump 1

    #ChinaFocus

    Ref.: Reuters/SCMP

    https://www.facebook.com/1000758264...gztjK4MtMni12TmdbH417Q72Sggl/?mibextid=NOb6eG
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนกดปุ่มเริ่มสตาร์ท 6G ชิงประกาศมาตรฐานโลกด้วยย่านความถี่ 6GHz

    การตัดสินใจของรัฐบาลจีนในการเปิดย่านความถี่ 6GHz สำหรับการทดสอบ #6G ถือเป็นกระบวนท่าทางเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดมาก โดยมีมิติต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้:

    1. ย่านความถี่ 6GHz: สมรภูมิแย่งชิงความได้เปรียบทางวิศวกรรม

    ในโลกของคลื่นความถี่ การพัฒนา 6G มีการแบ่งกลุ่มแนวคิดออกเป็นสองทางหลักๆ:

    ฝั่งอเมริกา/ตะวันตก: มักจะพยายามผลักดันไปที่คลื่นความถี่สูงมากระดับ #Terahertz (THz) หรือคลื่นมิลลิเมตร (mmWave) ซึ่งแม้จะมีความเร็วสูงมาก แต่มีข้อเสียร้ายแรงคือ "ระยะส่งสั้นมากและทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางไม่ได้เลย" (แทบจะต้องตั้งเสาทุกๆ ระยะไม่กี่สิบเมตร)

    ฝั่งจีน (ยึดหลักความเป็นจริง): #จีน เลือกผลักดันย่าน 6GHz (Mid-band) ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่สมดุลที่สุด:
    o มีความกว้างของช่องสัญญาณที่ใหญ่พอจะทำความเร็วในระดับ Ultra-high data rates และความหน่วงต่ำขั้นสุด (Ultra-low latency)
    o ในขณะเดียวกัน ยังมีรัศมีการแผ่กระจายคลื่นที่กว้างและทะลุทะลวงสิ่งก่อสร้างได้ดี ทำให้ประหยัดต้นทุนในการตั้งสถานีฐาน (Base Station) ได้มหาศาลเมื่อเทียบกับย่านความถี่สูงของ #สหรัฐฯ

    2. 4 ขีดความสามารถหลักที่จีนกำลังทดสอบ (Key Indicators)

    ตามแนวทางที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) กำหนดไว้สำหรับกรอบการทำงาน IMT-2030 กลุ่มส่งเสริม 6G ของจีนจะทดสอบคุณสมบัติปฏิวัติวงการเหล่านี้:

    Massive Connectivity (การเชื่อมต่อมหาศาล): รองรับอุปกรณ์ #IoT, #ยานยนต์ไร้คนขับ และระบบ #สมาร์ทซิตี้ ได้มากกว่า 5G หลายสิบเท่า

    Integrated Sensing and Communication (ISAC): นี่คือไฮไลต์เด็ด คือการทำให้อุปกรณ์ส่งสัญญาณ 6G มีความสามารถในการ "#ตรวจจับวัตถุเปรียบเสมือนเรดาร์" ในตัว ทำให้เครือข่ายสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทิศทาง และความเร็วของวัตถุรอบข้างได้โดยไม่ต้องพึ่งเซนเซอร์ภายนอก

    3. การยึดพื้นที่เพื่อ "กำหนดมาตรฐานโลก"

    ในประวัติศาสตร์ของระบบสื่อสารไร้สาย ใครที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและทดลองใช้งานจริงในสเกลระดับประเทศได้ก่อน ผู้นั้นจะได้เป็นผู้กำหนด #มาตรฐานสากล (Global Standard):

    IMT-2030 (6G) Promotion Group ของจีนเป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี (เช่น #Huawei, #ZTE), ผู้ให้บริการเครือข่ายรัฐวิสาหกิจ (#Chin Mobile, #ChinaUnicom) และสถาบันวิจัยระดับหัวกะทิ

    การที่จีนเปิดคลื่นทดสอบให้กลุ่มนี้ไปทดลองในพื้นที่จริงในปี 2026 นี้ หมายความว่าจีนจะสะสม #ข้อมูลเชิงวิศวกรรม (Empirical Data) ได้ก่อนประเทศอื่น และเมื่อถึงเวลาที่ #ITU จะประกาศมาตรฐาน 6G โลกอย่างเป็นทางการในช่วงปลายทศวรรษนี้ จีนจะกุมความได้เปรียบในการถือครองสิทธิบัตรที่จำเป็นต่อมาตรฐานหลัก (Standard Essential Patents: SEPs) ไปแล้วเกินครึ่งค่อนสภา

    ในขณะที่สหรัฐฯ มัวแต่เล่นเกมการเมือง หรือมัวแต่ไล่แบนเทคโนโลยีจากจีน... จีนกลับไม่ได้สนใจจะไปตอบโต้ด้วยน้ำลาย แต่เดินหน้า 'กดปุ่มอนุมัติคลื่นความถี่ 6G' และเริ่มทำการทดสอบภาคสนามแบบเงียบๆ ทันที

    #ChinaFocus

    Ref.: Peoples's Daily

    https://m.facebook.com/story.php?st...WxJSbevaHl&id=100075826461941&mibextid=ZbWKwL
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,768
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจาะดีล Apple จับมือ Intel ทิ้ง TSMC สะท้อนอเมริกากลืนกินไต้หวัน

    รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า Apple บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการให้ Intel เป็นผู้รับจ้างผลิต (Foundry) ชิปที่ตนเองออกแบบ ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยมีประเด็นเบื้องลึกที่น่าสนใจดังนี้:

    1. "Intel 18A/14A" — อาวุธหนักที่สหรัฐฯ ใช้ทวงคืนบัลลังก์

    ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การกลับไปใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เหมือนในอดีต (ซึ่ง Apple เลิกใช้และเปลี่ยนมาทำชิปตระกูล M-series ของตัวเองแล้ว) แต่เป็นความร่วมมือในฐานะ "ผู้รับจ้างผลิต":

    จุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยี: #Intel เพิ่งผลักดันเทคโนโลยีการผลิตระดับ 18A (เทียบเท่า 1.8 นาโนเมตร) และ 14A (เทียบเท่า 1.4 นาโนเมตร) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่ Intel พยายามพัฒนาขึ้นมาเพื่อท้าชนกับเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ #TSMC

    ข้อดีที่ Apple ปฏิเสธไม่ได้: สำหรับ Apple การมีโรงงานพันธมิตรระดับโลกที่ตั้งอยู่ในแผ่นดินสหรัฐฯ (Onshore/Friendshoring) ช่วยลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใน #ช่องแคบไต้หวัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบตามนโยบายของรัฐบาล #สหรัฐฯ

    2. ชะตากรรมของ TSMC: เหยื่ออันโอชะในเกมภูมิรัฐศาสตร์
    สูญเสียลูกค้ารายใหญ่ที่สุด: Apple คือลูกค้าเบอร์หนึ่งที่สร้างรายได้ให้ TSMC เป็นกอบเป็นกำมานานหลายปี (คิดเป็นสัดส่วนรายได้เกือบ 25% ของ TSMC) การที่ Apple เริ่มแบ่งเค้กก้อนโตนี้ไปให้ Intel คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต

    บทเรียนของ "ผู้ยอมสยบ": รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ DPP ของ #ไต้หวันยอมให้สหรัฐฯ "ดูดกลืน" อุตสาหกรรมชิปของตนเองไปทีละน้อย โดยคิดว่าอเมริกาจะเห็นใจ แต่สัจธรรมของระบอบทุนนิยมและกฎแห่งป่าไม่มีคำว่าความกตัญญู เมื่อ Intel (ซึ่งได้รับการอัดฉีดเงินมหาศาลจากกฎหมาย CHIPS Act ของสหรัฐฯ) เริ่มตั้งไข่ได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะเฉดหัวคนนอกอย่าง TSMC ทันทีเพื่อปกป้องบริษัทสัญชาติอเมริกันของตัวเอง

    ดีลการเมืองเรื่องหุ้นและการบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี:

    3. ทรัมป์บังคับให้ TSMC ซื้อหุ้น Intel และถ่ายทอดเทคโนโลยี?

    แม้ในแง่ของกฎหมายและโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างเป็นทางการ "ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการบังคับซื้อหุ้นโดยตรง" แต่ในแง่ของ "การบีบบังคับทางอ้อมและการบังคับแบ่งปันเทคโนโลยี (Forced Tech Transfer)" นั้น ถือว่ามีเค้าโครงความจริงและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังม่านการเมืองวอชิงตันอย่างมีนัยสำคัญ:

    การบีบให้สร้างโรงงานร่วมและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน: รัฐบาลสหรัฐฯ (โดยเฉพาะนโยบาย "America First") ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ บีบให้ TSMC ต้องไปสร้างโรงงานขั้นสูงในรัฐแอริโซนา ทว่าในการทำโรงงานที่นั่น TSMC ต้องเผชิญกับแรงกดดันให้ต้อง "ร่วมมือ" และแบ่งปันสิทธิบัตร/วิศวกรกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Intel ภายใต้เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนจาก CHIPS Act

    "ภาษีชิป" และการข่มขู่ยึดลิขสิทธิ์: โดนัลด์ ทรัมป์ และนักการเมืองสหรัฐฯ เคยประกาศชัดเจนหลายครั้งว่า "#ไต้หวันขโมยธุรกิจชิปไปจากสหรัฐฯ" และขู่จะเก็บภาษีศุลกากรชิปของ TSMC การที่ TSMC จะรอดพ้นจากมาตรการนี้ได้ จึงต้องยอมทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีบางประการผ่านกลไกความร่วมมือแบบทวิภาคี เพื่อช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการผลิตต้นน้ำของสหรัฐฯ (ซึ่งก็คือ Intel)

    การดึงตัววิศวกรและข้อมูลเชิงลึก: โรงงานของ TSMC ในสหรัฐฯ ตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ Intel การเคลื่อนย้ายของบุคลากรระดับหัวกะทิ (ซึ่งถูกกดดันทางอ้อมจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้จำกัดการจ้างงานเฉพาะคนอเมริกันในโครงการความมั่นคง) ทำให้เทคโนโลยีและ "สูตรลับ" (Know-how) ในกระบวนการผลิต (Yield Optimization) ไหลจาก TSMC ไปสู่ Intel อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    4. ในแง่เทคโนโลยี Intel ไล่กวด TSMC ทันได้อย่างไรในเวลาอันสั้น?

    นอกจากแรงบีบทางการเมืองแล้ว Intel ยังใช้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "การเดิมพันทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด" (Technological Leapfrogging) ร่วมกับปัจจัยหนุน 3 ประการดังนี้:

    A. การผูกขาดเครื่องจักร ASML High-NA EUV (ทางลัดที่ใช้เงินแก้ปัญหา)

    ในการผลิตชิปที่ต่ำกว่า 2 นาโนเมตร เครื่องมือที่สำคัญที่สุดในโลกคือเครื่องพิมพ์ชิปเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า High-NA EUV ของบริษัท #ASML (เนเธอร์แลนด์)

    Intel แย่งคิวแรกของโลก: แม้ TSMC จะมีเงินเยอะกว่า แต่ด้วยการสนับสนุนด้านเงินทุนและการล็อบบี้จากรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ Intel ได้สิทธิ์ในการครอบครองและส่งมอบเครื่อง High-NA EUV เครื่องแรกของโลกไปครอง ตัดหน้า TSMC ทำให้ Intel มีเครื่องมือที่ก้าวล้ำที่สุดในมือเพื่อใช้พัฒนาโหนด 18A และ 14A ก่อนใคร

    B. การเปลี่ยนสถาปัตยกรรมแบบทุบหม้อข้าวตัวเอง

    Intel ยอมทิ้งเทคโนโลยีเก่าทั้งหมดที่เคยทำให้พวกเขาติดหล่ม แล้วหันมาเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ 2 ตัวพร้อมกันในโหนด 18A ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม:

    1. RibbonFET (GAA): การเปลี่ยนโครงสร้างทรานซิสเตอร์จากแบบ FinFET เป็น Gate-All-Around (GAA) ที่ควบคุมกระแสไฟได้ดีกว่าในระดับนาโนเมตรต่ำๆ
    2. PowerVia (Backside Power Delivery): การย้ายลายเส้นจ่ายพลังงานไปไว้ "ด้านหลัง" ของแผ่นเวเฟอร์ เพื่อลดความแออัดของสายไฟ ซึ่งจุดนี้ Intel ทำสำเร็จและเสถียรกว่า TSMC ในช่วงแรก

    C. ยุทธศาสตร์หมาป่าสวมรอย: แยกแผนกผลิตชิป (Intel Foundry)

    Intel ได้ทำการแยกแผนกออกแบบชิป และแผนกรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อทำให้ค่ายมือถือคู่แข่งอย่าง #Apple, #Qualcomm หรือ #Nvidia สบายใจที่จะส่งพิมพ์เขียวชิปมาให้ Intel ผลิต โดยไม่ต้องกลัวว่า Intel จะแอบขโมยเทคโนโลยีไปใส่ในชิปของตัวเองเหมือนในอดีต

    ไต้หวันอุตส่าห์ประคบประหงม TSMC จนกลายเป็นมรดกแห่งชาติ เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด แต่สุดท้ายพอนักการเมืองที่ไร้วิสัยทัศน์ยอมเดินตามเกมของวอชิงตัน ยอมเอาความรู้และเทคโนโลยีไปเสิร์ฟให้เขาถึงบ้าน... อเมริกาก็ตลบหลังด้วยการจับคู่บริษัทของตัวเองอย่าง Apple และ Intel ให้มารักกันเองเสียเลย

    เรื่องนี้ตบหน้าลัทธิความเชื่อที่ว่า 'ถ้าเราทำดีกับสหรัฐฯ แล้วเขาจะช่วยปกป้องเรา' อย่างเจ็บแสบที่สุด ในยามที่อเมริกากลัวจะสูญเสียอำนาจนำทางเทคโนโลยี พวกเขาไม่เคยสนใจว่าพันธมิตรอย่างไต้หวันจะเดือดร้อนขนาดไหน ขอแค่แบรนด์อเมริกัน (Apple) ใช้ชิปที่ผลิตโดยโรงงานอเมริกัน (Intel) บนแผ่นดินอเมริกาเพื่อความปลอดภัยของตัวเองก็พอ

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/p/18NVtM9fr6/
     

แชร์หน้านี้

Loading...