เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 3 เมษายน 2025 at 18:07.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๘


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ กระผม/อาตมภาพนำสามเณรภาคฤดูร้อนออกบิณฑบาตตามปกติ แต่ไม่ปกติตอนที่ว่า เมื่อกลับมาแล้ว น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) มารายงานว่ามีสามเณร ๕ รูปหนีไปหาพระครูสมุห์ฉันธ์ วรปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดทองผาภูมิ เพื่อขอให้ช่วยสึกให้..!

    เมื่อไปตามตัวกลับมา เพราะท่านพระครูสมุห์ฉันธ์โทรศัพท์ไปบอกแล้ว สอบถามได้ความว่า ไม้เรียวก็ทนได้ อะไรก็ทนได้ สิ่งที่ทนไม่ได้ก็คือห้ามเล่นเกม..!

    กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ เนื่องเพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ ๆ นั้นมักจะติดโทรศัพท์เสียจนกระทั่งขาดไม่ได้ ในเมื่อให้พ่อแม่นำโทรศัพท์กลับไปหมด ลูก ๆ ก็จะขาดใจตาย..! ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความสนใจของเด็ก ๆ ไม่ได้รวมอยู่ที่เดียวต่อกิจกรรมตรงหน้า หากแต่ว่าฟุ้งซ่านไปกับเกมต่าง ๆ ที่ตนเองเล่น เมื่อห่างจากเกมมาก็ทำให้รู้สึกว่าขาดสิ่งที่เคยชินไป จนถึงขนาดอยู่ไม่ได้..!

    และคาดว่าเด็กส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็เป็นแบบนี้ ถ้าหากว่าพ่อแม่ยังตามใจ ให้โทรศัพท์ลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ก็มีหวังว่าเด็กบ้านเราคงจะกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น ไม่สนใจเรื่องเนื้อหาการเรียน หากแต่สนใจแต่การเล่นเกมเท่านั้น..!


    ถ้าเราดูประเทศญี่ปุ่น จะให้ลูกใช้โทรศัพท์ก็ต่อเมื่ออายุ ๑๕ ปีไปแล้ว ซึ่งทำให้เด็ก ๆ ต้องจดจ่ออยู่กับบทเรียนต่าง ๆ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมาก ในเมื่อเราเองก็พยายามที่จะเลียนแบบสิ่งที่ดี ๆ ของต่างประเทศ ก็น่าจะที่เลียนแบบในการห้ามใช้โทรศัพท์จนกว่าจะอายุ ๑๕ หรือ ๑๖ ไปเลยก็ได้

    ส่วนในเรื่องการห้ามลงโทษเด็ก ห้ามตีเด็ก ห้ามเด็กสอบตก ถือว่าเป็นเรื่องเหลวไหลที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ทำให้สังคมของเราต้องวุ่นวายจนถึงปัจจุบัน ถ้าหากว่าท่านสามารถที่จะยกเลิกคำสั่งทั้งหลายเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นคุณต่อประเทศชาติของเราเป็นอย่างยิ่ง..!

    เมื่อฉันเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพก็บอกลาบรรดาสามเณรภาคฤดูร้อน เดินทางไปยังวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) โดยแวะฉันเพลด้วยข้าวกล่องกลางทางตามเคย ไปร่วมพิธีบวงสรวงบอกกล่าวเพื่อที่จะเปิดงานประจำปี และขออนุญาตปลุกเสกวัตถุมงคล ทั้งรูปหล่อและเหรียญหลวงพ่อวัดไร่ขิง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    ครั้นเสร็จพิธีบวงสรวงแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ได้เข้าไปนั่งในห้องรับรองพระเถระ ปรากฏว่าพระเถระรูปแรกที่มาถึงก็คือหลวงปู่สมบุญ (พระครูสุวรรณธรรมานุยุต) เจ้าอาวาสวัดลำพันบอง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔

    ตามมาด้วยหลวงพ่อสิงห์โต (พระครูโสภณคุณาธาร)
    เจ้าอาวาสวัดสาลี บางปลาม้า รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อด้วยหลวงปู่เจ้าคุณป่วน (พระสุพรรณวัชราจารย์) เจ้าอาวาสวัดบรรหารแจ่มใส รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี

    กระผม/อาตมภาพเหลียวซ้ายแลขวาแล้ว เห็นตนเองโด่เด่อยู่คนเดียว อีกสักครู่หนึ่งหลวงพ่อ ดร.สมพงษ์ (พระครูสุวรรณจันทนิวิฐ, ดร.)
    เจ้าอาวาสวัดองค์พระ เจ้าคณะตำบลองค์พระ ก็มาอีกรูปหนึ่ง สรุปว่า ๕ รูปที่มาถึงก่อนเป็นสุพรรณบุรีไปถึง ๔ รูป..!

    กระผม/อาตมภาพกราบคารวะทักทายกันตามระเบียบวินัยของพระเรา ขณะที่บรรดาพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ก็มาเพิ่มมากขึ้นทุกที จนกระทั่งได้เวลา เขาก็นิมนต์เข้าสู่มณฑลพิธีพระอุโบสถวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) กระผม/อาตมภาพประคองหลวงพ่อแอ๋ม (พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์) เจ้าอาวาสวัดน้ำตก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ เข้าที่นั่งของท่านก่อน แล้วตนเองก็มายังที่นั่งของตน ซึ่งโดนกระหนาบโดยหลวงพ่อสิงห์โต และหลวงพ่อแดง (พระครูสิริวรธรรมาภินันท์)
    เจ้าอาวาสวัดมะนาว รองเจ้าคณะอำเภอบางปลาม้า

    เมื่อได้เวลา พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคุณแย้ม - พระธรรมวชิรานุวัตร, ดร. (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ก็ทำการจุดเทียนชัย พระมหานาคเจริญพระพุทธมนต์พุทธาภิเษก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    กระผม/อาตมภาพเข้าสู่สมาธิ กราบอาราธนาบารมีพระท่านช่วยสงเคราะห์ เห็นรัศมีเป็นเส้นสีทองมหึมายาวเหยียดพุ่งมาตลอด ๕ ทิศ ปรากฏว่าเส้นแรกนั้นมาจากหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน (พระอารามหลวง) จังหวัดสมุทรปราการ

    เส้นที่ ๒ มาจากหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม วรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

    เส้นที่ ๓ มาจากหลวงพ่อวัดบ้านแหลม (วัดเพชรสมุทร วรวิหาร) จังหวัดสมุทรสงคราม

    เส้นที่ ๔ มาจากหลวงพ่อวัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี

    เส้นที่ ๕ มาจากหลวงพ่อวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) จังหวัดนครปฐม นี้เอง

    ทั้ง ๕ เส้นรวมกันเป็นเกลียวสีทองอร่ามใหญ่โตมาก แล้วก็พันรอบมณฑลพิธี รวบสูงขึ้นไปจนกลายเป็นเจดีย์ทองตระหง่านเต็มฟ้า หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสีทองอร่าม ครอบมณพลพิธีทั้งหมดเอาไว้..!

    กระผม/อาตมภาพรีบกราบอาราธนาบารมีพระที่สงเคราะห์ว่า ขอให้ช่วยอนุเคราะห์สงเคราะห์ไปถึงวัตถุมงคลวัดท่าขนุน ก็คือพระสมเด็จคำข้าวมหาลาภปลดหนี้ ๒ แผ่นดินด้วย เพราะว่านาน ๆ จะมีนิมิตลักษณะพิสดารแบบนี้ แปลว่าต้องมีอะไรดีแน่นอน
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    พระท่านบอกว่า พญานาคนั้นก็คือตัวแทนของผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา ถ้าหากว่าในด้านร้ายก็เป็นภัยพิบัติได้อย่างหนึ่ง เนื่องเพราะว่าพญานาคนั้นมีกายใหญ่โต และมีฤทธิ์มาก ถ้าหากว่าสำแดงฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไร อาจจะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติได้ ดังนั้น..นิมิตที่เห็นนี้จึงหมายความว่า วัตถุมงคลรุ่นนี้ สามารถที่จะป้องกันภัยพิบัติได้ แล้วในขณะเดียวกัน สามารถที่จะช่วยผู้ที่เคารพนับถือ ในการป้องกันรักษาด้านต่าง ๆ อีกด้วย

    กระผม/อาตมภาพกราบในบารมีพระที่ท่านเมตตาสงเคราะห์บอกกล่าว กำหนดใจจดจ่ออยู่ที่วัตถุมงคลของตนเอง ก็คือหลวงพ่อพระสมเด็จคำข้าวมหาลาภปลดหนี้ ๒ แผ่นดิน ตั้งใจอาราธนาบารมีของท่านครอบคลุมลงไป จนกระทั่งกลายเป็นแก้วระยิบระยับทั้งหมด

    เมื่อเงยหน้าลืมตาขึ้นมาดู ปรากฏว่าเห็นท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณยืนอยู่ จึงมองไปที่มณฑลพิธีแล้วก็เห็นว่า ชั้นล่างของแท่นที่วางวัตถุมงคลนั้น มีรูปหล่อท้าวเวสสุวรรณอยู่ด้วย จึงขอท่านปู่ช่วยสงเคราะห์ปลุกเสกรูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งก็คือรูปของท่านเอง พริบตาเดียวท่านก็ขยายตัวจนโตเต็มแผ่นดินแผ่นฟ้า โดยที่มือซ้ายมีอาตมภาพนั่งอยู่ เหมือนอย่างกับตัวไรนั่งอยู่บนภูเขาก็ไม่ปาน..!

    ท่านเอากระบองในมือชี้ลงไปที่มณฑลพิธี รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณทั้งหมดก็เปล่งแสงสว่างจ้า แต่เป็นแสงสว่างที่แปลก ๆ ก็คือเป็นแก้วใส แต่ไม่ทั้งหมด หันไปมองหน้าท่านก็บอกว่า "ถ้าลำพังกำลังของผมเอง ยังไม่สามารถที่จะทำให้เป็นแก้วประกายพรึกได้ทั้งหมด ท่านต้องช่วยขออาราธนาบารมีพระเพิ่มขึ้นด้วย" กระผม/อาตมภาพจึงได้ทำตามที่ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณบอก เมื่อบารมีพระคลุมลงไป จึงกลายเป็นแก้วประกายพรึกไปทั้งมณฑลพิธี

    เมื่อเห็นว่าเต็มแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ลืมตาขึ้นมาทำน้ำมนต์ ปรากฏว่าพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ. ๖) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลางมาถึงพอดี จึงทำน้ำมนต์เสร็จแล้วนั่งรอท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้ จนกระทั่งเกือบ ๔ โมงครึ่ง ท่านจึงได้ทำพิธีดับเทียนชัย แล้วพรมน้ำมนต์ โปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชา
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    กระผม/อาตมภาพพรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้ตามไป ขณะที่พระภาวนาจารย์อื่น ๆ ก็เริ่มทำน้ำมนต์บ้าง เริ่มพรมน้ำมนต์บ้าง แล้วแต่ความช้าความเร็วของแต่ละท่าน กระผม/อาตมภาพเพิ่งทราบตอนนี้เองว่า พระมหานาคนั้นสวดพุทธาภิเษกไป ๒ จบ เนื่องเพราะว่าตอนที่อยู่ในสมาธิ ไม่รับรู้ว่าทางภายนอกเขาทำอะไร ได้แต่จดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าเท่านั้น

    โดยเฉพาะงานนี้เป็นการปลุกเสกวัตถุมงคลทั้งของวัดไร่ขิง และของวัดท่าขนุนไปพร้อมกันด้วย พูดง่าย ๆ ว่าพระสมเด็จคำข้าวมหาลาภปลดหนี้ ๒ แผ่นดินนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องปลุกเสกซ้ำอีกก็ได้ แต่เนื่องจากว่าได้วางพิธีทุกอย่างเอาไว้แล้ว จึงต้องไปทำการกราบขอบารมีพระสงเคราะห์ ปลุกเสกอีกรอบหนึ่งช่วงสงกรานต์นี้ ทำให้มั่นใจว่าพระสมเด็จคำข้าวมหาลาภปลดหนี้ ๒ แผ่นดินนั้น สามารถที่จะป้องกันภัยอันตรายจากธรรมชาติได้อย่างแน่นอน

    เช่นเดียวกับเหรียญมหาลาภเนื้อเงินชนวน จากองค์หลวงพ่อพระปางห้ามสมุทรเนื้อเงินของวัดท่าขนุน ซึ่งได้ให้ไอ้ตัวเล็กนำลงในกระทู้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งในการหล่อพระปางห้ามสมุทรเนื้อเงินองค์ใหญ่นั้น พระท่านก็บอกแล้วว่าทำมาเพื่อป้องกันภัยพิบัติโดยเฉพาะ

    เนื่องเพราะคำว่าปางห้ามสมุทรนั้น ถ้าหากว่าตั้งใจให้ห้ามในเรื่องที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่ดีอย่างหนักที่สุดก็คือกิเลสในใจของเรา รองลงไปก็เป็นภัยธรรมชาติจากภายนอก จึงเป็นเรื่องที่บุคคลซึ่งรู้ ก็พยายามที่จะบูชาและติดตัวเอาไว้ เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและครอบครัว

    แต่ด้วยความที่ว่ากระผม/อาตมภาพกันเอาไว้ ๔๐๐ เหรียญ ตั้งใจที่จะเก็บไว้เป็นไม้ตายประจำตัว แต่ต้องสละออกมาให้คนบูชา เนื่องเพราะว่าการมอบทุนการศึกษานั้นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะว่าทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ก็ ๓๔ โรงเรียนเข้าไปแล้ว ยังมีทุนระดับอุดมศึกษาอีก ๑๑ ทุนด้วย ทำให้ต้องจ่ายเกือบ ๒ ล้านบาท..! จึงได้ให้ไอ้ตัวเล็กเก็บสิ่งที่พอจะหลงเหลืออยู่ไปลงในกระทู้นี้ พร้อมกับมอบเหรียญมหาลาภเนื้อเงินชนวนให้ไปเป็นหลัก เผื่อว่าญาติโยมท่านใดที่มีความคล่องตัว จะได้บูชาวัตถุมงคลนี้ และได้อานิสงส์ธรรมทานจากการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนด้วย ก็จะทำให้เป็นบุญบารมีเฉพาะตน และช่วยป้องกันอันตรายจากภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...