แต่ถ้าในอดีต เคยสร้างทานมหาทาน ถวายทองคำ สร้างกุฏิสงฆ์ ถวายที่ดินให้สงฆ์ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เมื่อภาวนาแล้ว ของเก่าในอำนาจบารมีกุศลนั้นจะมาหนุนนำ จากลำบากก็สบายได้ ดังนั้นคนอยากรวยต้องภาวนา เพราะคนรวยส่วนมากจะมีปัญญา แต่ถ้าบุคคลใดรวยแล้วขาดการภาวนา ทรัพย์นั้นก็หมดได้ เรียกว่ารักษาทรัพย์นั้นไว้ไม่ได้ นั้นใครอยากรวยต้องภาวนา แต่ถ้าใครอยากพ้นทุกข์ต้องอดทน นั่นคือการเจริญขันติธรรม . ในขณะที่โยมสาธยายมนต์อยู่นั้น เวทนาก็ดี ทุกข์ก็ดีที่มันคืบคลานในกายสังขาร ก็ขอให้ทนและมีสติตั้งมั่นจดจ่อในอักขระคาถาที่โยมสวดอยู่ ความตายกับเวทนาที่โยมทนได้ยากนั่นล่ะจ้ะอาการเดียวกัน อาการเดียวกันอย่างไร เพราะเมื่อโยมมีเวทนามาก สติโยมนั้นจะเริ่มไม่ตั้งมั่น นั่นหมายถึงว่าธาตุขันธ์ของโยมนั้นกำลังจะปรวนแปร กำลังจะแตกสลาย เพราะมันกำลังเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปแบบถี่ๆ มันจึงไปบีบหัวใจโยม . ดังนั้นโยมต้องกำหนดรู้และตั้งมั่นให้มาก นั่นด้วยอำนาจแห่งฌานไปข่ม คือจิตเพ่งไปอยู่ในอาการนั้น เพ่งแล้วปล่อยแล้ววาง เพ่งแล้วปล่อยแล้ววาง มันก็จะเกิดการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เกิดดับ เกิดดับ เมื่อมันเท่าทันกันเมื่อไหร่ อำนาจแห่งฌานมันข่มได้เมื่อไหร่ โยมเท่าทันอารมณ์นั้นได้เมื่อไหร่ ไม่กลัวมันได้เมื่อไหร่ นั่นล่ะจ้ะโยมจะขี่หลังเสือ เขาจะพาโยมทะเยอทะยานออกไป คือจิตหลุดพ้นในชั่วขณะหนึ่ง ให้เห็นตามความจริงของภัยของสังขาร คติธรรมคำสอน สมเด็จฯโต พรหมรังษี https://www.facebook.com/ธรรมะมหัศจรรย์-906597052743637/?hc_ref=NEWSFEED&fref=nf